Friday, 24 September 2021
NORTHERN

เชียงใหม่ - สสจ.เชียงใหม่ มอบเกียรติบัตร ให้กับเครือข่ายสถานีวิทยุฯ ที่เข้าร่วมโครงการโฆษณาสีขาว ประจำปี 2564

วันที่ 23 กันยายน 2564 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่  โดยนายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร ให้แก่เครือข่ายสถานีวิทยุฯที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 21 แห่งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เชิดชูความดีที่ให้ความร่วมมือและเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยมีรายการเล่าข่าวเช้านี้ ซึ่งดำเนินรายการโดยชมรมผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงเขต 9 เชียงใหม่ มีลิงก์สัญญาณ จำนวน 105 คลื่น ได้แก่ เชียงใหม่  ลำพูน ลำปาง พะเยา แม่ฮ่องสอน และเชียงราย  ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30 – 08.00 น. และรายการไจ้ไค่เล่า มีลิงก์สัญญาณ 30 สถานี ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 18.30-19.00 น. พร้อมกันนี้ภายในช่วงเวลาดังกล่าวยังมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านสุขภาพ การให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 การป้องกันตัว

จากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 และการแจ้งเตือนภัยการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เข้าข่ายโอ้อวด หลอกลวงรักษาโรค เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารรักษาโรคความดัน เบาหวาน มะเร็ง หรือแก้ปวดเข่าปวดข้อ เสริมภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการกำกับดูแลโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ภายใต้การดำเนินงานโครงการโฆษณาสีขาว ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งได้ดำเนินการตามแนวทาง 4 ด้าน ได้แก่

1. ด้านการพัฒนากลไกการทำงานร่วมกัน

2. ด้านการบังคับใช้กฎหมาย

3. ด้านการสร้างความตระหนักแก่สื่อมวลชน และ

4. ด้านการเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชน

โดยผลการดำเนินงานโครงการโฆษณาสีขาวในการตรวจสอบเฝ้าระวังโฆษณาทางสถานีวิทยุ พบว่า ปี พ.ศ. 2562- 2564 การกระทำผิดด้านการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ถูกต้องลดลง คิดเป็นร้อยละ 51.81 42.11 และ 26.13 ตามลำดับ ทำให้เห็นว่า แม้ว่ายังมีปัญหาการโฆษณาที่ไม่ถูกต้องแต่มีแนวโน้มลดลง 

ในการจัดการปัญหาไม่สามารถใช้กฎหมายเพียงด้านเดียว ความรู้เท่าทันสื่อของผู้บริโภคก็มีความสำคัญ จึงต้องอาศัยการบูรณาการหลายภาคส่วนเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา การสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการทำงานร่วมกับภาครัฐในการเฝ้าระวัง การสร้างเครือข่ายสื่อวิทยุรวมตัวกันเพื่อเตือนกันเอง และการมีส่วนร่วมให้ความรู้ประชาชนเลือกบริโภคอย่างเหมาะสม รู้เท่าทันสื่อ จึงเป็นกลไกที่จะเสริมการดำเนินงานแก้ไขปัญหาโฆษณาโอ้อวดหลอกลวงลดลงได้ 

ลำปาง - มทบ.32 จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนส่งเสริมคุณธรรม - จริยธรรม ชมรมกตัญญูคลับ ม.ราชภัฎ

ตามที่กองทัพบกได้ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังสิ่งดีงามให้แก่เยาวชนด้วยการให้หน่วยจัดอบรมโครงการเยาวชนส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ประจำปี 2564 นั้น มณฑลทหารบกที่ 32 ได้ประสานกับมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง ในการเชิญชวนผู้นำนักศึกษา จากองค์การนักศึกษา สโมสรคณะต่างๆและชมรมกตัญญูคลับ ร่วมโครงการฯ มีวัตถุประสงค์การจัดเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเยาวชนระดับอุดมศึกษามีแนวคิดและทัศนคติที่ดีต่อสังคม มีวินัยในการอยู่ร่วมกัน  ประพฤติตนอยู่ในกรอบของความดีงาม ตามจารีตประเพณีของชาติไทยและเคารพต่อสถาบันหลักของชาติ รู้จักการมีจิตสาธารณะดูแลชุมชนและปฏิบัติตนมีประโยชน์ต่อส่วนรวม

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 14.30 น. พลตรีอโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมโครงการเยาวชนฯ ณ ห้องประชุมโอฬารรัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริตต์ สายสี รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยฯ ร่วมในพิธีฯ ซึ่งการดำเนินการอบรมนั้นหน่วยได้ยึดถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิดอย่างเคร่งครัด ซึ่งก่อนการอบรมฯมีการประสานโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรีจัดบุคลากรทางการแพทย์ของหน่วยตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วยชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Antigen Test Kit (ATK) ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและเยาวชนที่เข้ารับการอบรมฯ

เชียงใหม่ - กองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ส.จัดโครงการพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนรู้ครูฝึกทหารกองประจำการในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน รุ่นที่ 1 เพื่อนำไปสอนทหารกองประจำการในสังกัด

วันที่ 22 กันยายน 2564 ณ มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่  เวลา 11.30 น. พันเอกสงบศึก วังแก้ว  รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานในพิธีปิดโครงการพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนรู้ครูฝึกทหารกองประจำการในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ภาคเหนือตอนบน รุ่นที่ 1 ร่วมด้วยผู้มีเกียรติ พันเอก ประณต ศิริพันธ์  หัวหน้ากองกำลังพล มณฑลทหารบกที่ 33 พันโท นพอนันต์ ปาลิวนิช  รองหัวหน้ากองกำลังพล มณฑลทหารบกที่ 33 ผู้แทน ปปส.ภาค 5 และคณะวิทยากร ประกอบด้วย นางสาวสุกันยา ใหญ่วงศ์ ผู้อำนวยการส่วนประสานพื้นที่ ว่าที่ร้อยเอก ดร.พัฒนดล พลเยี่ยม หัวหน้ากลุ่มงานระบบฐานข้อมูล นางทิพากร ชีวสกุลยง หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ นางสาวนฤมล วรรณพริ้ง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการฯ  และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นายกิตติชัย เหลืองกำจร  ที่ปรึกษาศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นางบังอร สุปรีดา ข้าราชการบำนาญโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ 

โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่ทหารในสังกัด มณฑลทหารบกที่ 33 กองทหารราบที่ 7 (ร.7) กรมทหารราบที่ 7 กองบินที่ 1 (ร.7 พัน 1) กองพลทหารราบที่ 7 กองบินทหารปืนใหญ่ที่ 7 (ป พัน 7 พล.ร.7)  กองพันทหารพัฒนาที่ 3 (พันพัฒนา 3)  รวม 20 นาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กฎหมายยาเสพติด ทักษะชีวิต เทคนิคการสอน  และการใช้เทคโนโลยีการสอน  เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ฝึกสอนและสร้างการรับรู้ให้กับทหารกองประจำการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในสังกัดต่อไป โดยกระบวนการจัดโครงการฯได้ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันโรคโควิด-19

ลำปาง - มทบ.32 ร่วมแสดงความยินดีกับท่าน ผจว.ลำปาง ในโอกาสไปรับตำแหน่งที่ จ.ปทุมธานี

ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไปนั้น เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและแสดงความผูกพันที่ได้รับความเมตตาและสนับสนุน/อนุเคราะห์ทั้งให้ความร่วมมืออย่างดีจากท่านณรงค์ศักดิ์ฯในห้วงเวลาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 09.00 น. พลตรีอโณทัย  ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้นำคณะผู้บังคับบัญชาและหัวหน้ากองฝ่ายอำนวยการของหน่วย เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและขอบพระคุณท่านที่ได้ให้ความอนุเคราะห์หน่วยเป็นอย่างดีในห้วงเวลาที่ผ่านมา จนกระทั่งท่านได้รับโปรดเกล้าฯ ไปดำรงแหน่งในพื้นที่อื่นต่อไป ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

เชียงใหม่ - สวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย จัด “รำลึก...ครบ 2 ปี หมีแพนด้าช่วง ช่วง จากไป”

วันที่ 16 กันยายน 2564 รำลึก..ครบ 2 ปี หมีแพนด้า ‘ช่วง ช่วง’ จากไป กับความทรงจำที่ดีถึงหมีแพนด้าเพศผู้ตัวแรกของไทย ณ รูปปั้นหมีแพนด้าด้านหน้าทางขึ้นส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้บริหารได้ให้การต้อนรับ นายอู๋ จื้ออู่ กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ ที่ให้เกียรติเดินทางมาร่วมรำลึก ครบรอบ 2 ปี หมีแพนด้าช่วง ช่วง ที่จากไปเมื่อ ปี 2562 ในโอกาสนี้ทางกุงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ และผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมด้วย ผู้บริหารสวนสัตว์เชียงใหม่ รวมถึงทีมพี่เลี้ยงหมีแพนด้า ได้ร่วมกันยืนไว้อาลัย พร้อมนำช่อดอกไม้สดวางเพื่อรำลึกถึงหมีแพนด้าช่วง ช่วง ณ บริเวณรูปปั้นหมีแพนด้าด้านหน้าทางขึ้นส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดซุ้มภาพในอริยบทต่าง ๆ ของหมีแพนด้าช่วง ช่วง ตลอดระยะเวลา 16 ปี ที่อยู่ในไทย  ได้สร้างความสุขให้คนไทยทั้งประเทศได้ยิ้ม สนุกและมีความสุขทุกครั้งที่มาเยี่ยมชมหมีแพนด้าภายในสวนสัตว์เชียงใหม่

วันนี้แม้ช่วง ช่วง หมีแพนด้าเพศผู้ทูตสันถวไมตรีไทย-จีน จะจากไปแล้ว แต่เรื่องราวต่าง ๆ ของหมีแพนด้าช่วง ช่วง จะยังคงอยู่ในใจและอยู่ในความทรงจำของคนไทยไปตลอดกาล

สำหรับหมีแพนด้าช่วง ช่วง มาอยู่ประเทศไทย ที่สวนสัตว์เชียงใหม่เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2546  กับหมีแพนด้าหลินฮุ่ย จนกระทั่งปี 2552 ได้ตกลูกน้อยออกมาเป็นหมีแพนด้า “หลินปิง” ขณะนี้ได้เดินทางไปอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนตามสัญญาข้อตกลงระหว่างกัน ปัจจุบันประเทศไทยได้หมีแพนด้า จำนวน 1 ตัว คือ “หลินฮุ่ย” ปัจจุบันอายุเกือบ 20 ปี และมีสุขภาพดี มีความสุข กับการเลี้ยงดูที่เป็นมาตรฐานที่ทางจีนกำหนด


ภาพ/ข่าว  พัฒนชัย / ขัติยะ

แม่ฮ่องสอน - ผู้ว่าฯ ยืนยัน! คลัสเตอร์ รร.สบเมยวิทยาคม ควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว พบยอดผู้ป่วยลดลง วันนี้ 10 ราย

สถานการณ์โควิด -19  จ.แม่ฮ่องสอน ตรวจเชิงรุกต่อเนื่อง ทำให้วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 10 ราย ทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการรักษาเรียบร้อยแล้ว  นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ในกรระบาดระลอกใหม่เมษายน 2564 ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า ในวันนี้ มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด ทั้งหมด 192 ราย พบเชื้อ 10 ราย เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด โดยมีรายละเอียด ดังนี้  รายที่ 523 - 532 รวม 10 ราย เพศชาย 3 ราย เพศหญิง 7 ราย อยู่ใน อ.แม่สะเรียง 2 ราย อ.สบเมย 8 ราย โดยเป็นนักเรียน 6 ราย เจ้าหน้าที่ ตชด. 1 ราย และประชาชน 3 ราย ทั้งหมดเป็นผู้ป่วยที่มีความเชื่อมโยงของ คลัสเตอร์โรงเรียนสบมยวิทยาคม เข้ารับการกักกันตัวที่ศูนย์กักกันของโรงเรียนและชุมชน ส่งตรวจ RT-PCR ผลพบเชื้อ เข้ารับการรักษาที่ รพ.สบเมย 8 ราย และ รพ.แม่สะเรียง 2 ราย 

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็กนักเรียน หากประเมินแล้วไม่มีอาการป่วยรุนแรง จะส่งต่อเข้ารับการรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน (Community  Isolation : CI) โรงเรียนสบเมยวิทยาคมต่อไป ปัจจุบันพบผู้ป่วยยืนยันใน Cluster โรงเรียนสบเมยวิทยาคม จำนวนทั้งสิ้น 203 ราย

ส่วน สถานการณ์คลัสเตอร์โรงเรียนสบเมยวิทยาคม ตั้งแต่เริ่มสถานการณ์ที่พบการแพร่ระบาดจากการเปิดเรียน ในวันที่ 3 กันยายน 2564 จนถึงปัจจุบัน จากการที่ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงจากจำนวนนักเรียนของโรงเรียนสบเมยวิทยาคม ทั้งหมด 796 คน แบ่งแยกเป็นกลุ่มที่อยู่ในหอพัก จำนวน 354 คน มาเรียนในวันที่ 3 กันยายน 2564 จำนวน 224 คน ไม่มาเรียน 130 คน  กลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในหอพัก จำนวน 442 คน มาเรียนในวันที่ 3 กันยายน 2564 จำนวน 242 คน ไม่มาเรียน 200 คน สรุปกลุ่มที่ไม่ได้มาเรียนทั้งที่อยู่ในหอพักและไม่ได้อยู่ในหอพัก รวมทั้งหมด 330 คน กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่ไม่มีประเด็น  ส่วนกลุ่มนักเรียนที่มาเรียนในวันที่ 3 กันยายน 2564 ทั้งหมด 466 คน ได้ดำเนินการตรวจซ้ำจนได้ผลเป็นที่แน่ชัดครบทุกราย ซึ่งมีผลยืนยันพบเป็นผู้ติดเชื้อรวม 49 ราย เข้าสู่รักษาตามระบบ แบ่งเป็นการรักษาอยู่ใน ศูนย์แยกกักโรคชุมชน (Community Isolation : CI) โรงเรียนสบเมยวิทยาคม 32 ราย และ รักษาในโรงพยาบาลสนาม 17 ราย ภาพรวมเด็กที่ติดเชื้อทั้ง 49 ราย เป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สีเขียว มีอาการเล็กน้อย โดยจะครบกระบวนการรักษาในวันที่ 28 กันยายน 2564  ในกรณีครูและผู้บริหาร จำนวน 48 ราย ได้ตรวจซ้ำยืนยันครบทุกราย พบว่าเป็นผู้ติดเชื้อรวม 2 ราย เข้ากระบวนการรักษาใน ศูนย์แยกกักโรคชุมชน (Community Isolation : CI) โรงเรียนสบเมยวิทยาคม ไม่มีอาการรุนแรง

สำหรับกรณีประชาชนที่สัมผัสเสี่ยงสูงกับผู้ป่วยในคลัสเตอร์โรงเรียนสบเมยวิทยาคม มี 2 หมู่บ้านหลัก ได้แก่ บ้านแม่คะตวน และ บ้านแม่สวดใหม่ เจ้าหน้าที่ตรวจเชิงรุกไปแล้ว จำนวน 1,261 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ย. 64) พบผลยืนยันเป็นผู้ป่วยติดเชื้อจำนวน 139 ราย ได้เข้าสู่กระบวนการรักษาครบทุกราย โดยรวมเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สีเขียว มีอาการเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงปฏิบัติการออกตรวจเชิงรุกตรวจต่อเนื่องทุกวันให้ครอบคลุมมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของคลัสเตอร์ รร.สบเมยวิทยาคม จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 13 วัน ใกล้จะครบระยะฟักตัวตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด นอกเหนือจากผู้ที่เข้ารับการตรวจยืนยัน ยังไม่มีนักเรียน หรือประชาชนที่แสดงอาการเข้าข่ายโควิดเพิ่มเติม  นอกจากนี้ การดำเนินการใน ศูนย์แยกกักโรคชุมชน (Community Isolation ;CI) โรงเรียนสบเมยวิทยาคม ได้เปิดรับนักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น โรงเรียนบ้านแม่สวด จำนวน 15 ราย รวมถึงโรงเรียนอื่นๆ 2-3 แห่ง รวม 5 ราย มาดำเนินการรักษาเฝ้าระวังสังเกตอาการ ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเชิงบวกเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเด็ก ลดความเครียดและความกังวล

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวเพิ่มเติมว่า ระยะเวลานี้ สามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว ผู้ป่วยในคลัสเตอร์ทั้งหมด 188 ราย เข้าสู่ระบวนการรักษาอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ จะมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องอีกครั้ง


ภาพ/ข่าว  สุกัลยา / ถาวร  อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอน - อบจ.แม่ฮ่องสอน ไม่ทอดทิ้ง! เดินสายเตรียมส่งมอบวัสดุ-อุปกรณ์ ให้ศูนย์แยกกักผู้ป่วยในชุมชน โรงเรียนสบเมยวิทยาคม

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)   ในพื้นที่อำเภอสบเมย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะคลัสเตอร์ในโรงเรียนสบเมยวิทยาคม ตามสถิติการแพร่ระบาดตั้งแต่ วันที่ 3 กันยายน 2564 เป็นต้นมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  จำนวน 177 ราย และนักเรียนสัมผัสผู้ติดเชื้อที่มีความเสี่ยงสูงอีกจำนวนมาก 

ซึ่งในปัจจุบันยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด และคาดว่ามีแนวโน้มที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มขึ้นตามลำดับ ประกอบกับได้มีมติจาก ศบค.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้โรงเรียนสบเมยวิทยาคมเป็นศูนย์แยกกักผู้ป่วยในชุมชน (Community Isolation) จำนวน 100 เตียง เพื่อเป็นสถานที่กักกันผู้ป่วยที่เป็นนักเรียนโรงเรียนสบเมยวิทยาคมและนักเรียนในโรงเรียนพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเพื่อเป็นถานที่กักตัวสำหรับเด็กนักเรียนที่สัมผัสผู้ติดเชื้อและมีความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นนักเรียนพักนอนในโรงเรียนสบเมยวิทยาคมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่ทางโรงเรียนยังขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในการจัดตั้งศูนย์แยกกักผู้ป่วยในชุมชน ดังกล่าว

องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงได้มอบหมายให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่อำเภอสบเมย นายพงษ์เพชร จันทร์อ้าย , นายธนากร พรมเลิศ และนายนิคม เปล่งฉวีวรรณ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นตัวแทนส่งมอบวัสดุ อุปกรณ์ มูลค่า 241,500 บาท ให้กับศูนย์แยกกักผู้ป่วยในชุมชน โรงเรียนสบเมยวิทยาคม ในวันศุกร์ ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 13.00 น. ณ โรงเรียนสบเมยวิทยาคม ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย

โดยวัสดุ อุปกรณ์ที่จะส่งมอบประกอบด้วย ชุดเครื่องนอน (ประกอบด้วย ที่นอน 3.5 ฟุต  ผ้าปูที่นอน หมอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม) จำนวน 100 ชุด ชุดของใช้ที่จำเป็น (ประกอบด้วย สบู่  แชมพู ยาสีฟัน  แปรงฟัน  ผงซักฟอก) จำนวน 300 ชุด รวมมูลค่า 241,500 บาท 


ภาพ/ข่าว  สุกัลยา / ถาวร อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

ลำปาง - มทบ.32 ตรวจเยี่ยมช้างสำคัญและช้างต้น ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา จำนวน 11 ช้าง

"ในนามคณะกรรมการฝ่ายอำนวยการดูแลช้างสำคัญ ขอตั้งใจมั่นปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความจงรักภักดีตลอดไป” ตามที่จังหวัดลำปางมีคำสั่งเรื่องมอบหมายให้คณะกรรมการฝ่ายอำนวยการดูแลช้างสำคัญ ตรวจเยี่ยมช้างสำคัญและช้างต้น ช้างในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและช้างในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา จำนวน 11 ช้าง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และเป็นการถวายความจงรักภักดี

เมื่อ 16 กันยายน 2564 เวลา 09.30 น. พลตรีอโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วยนายทศพล  จักรบุญมา จ่าจังหวัดลำปาง ผู้แทนคณะกรรมการฝ่ายอำนวยการในแผนการตรวจเยี่ยมที่จังหวัดลำปางกำหนด ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมช้างสำคัญฯ ณ สถาบันคชบาลแห่งชาติ อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

โดยมี นายนเรศวร์ฤทธิ์ อุบลศรี นายอำเภอห้างฉัตร, นายสุรัตน์ชัย อินทร์วิเศษ ผู้อำนวยการสำนักสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ , นายสัตวแพทย์ศรัณย์  จันทร์สิทธิเวช ผู้จัดการส่วนอนุรักษ์ช้างลำปาง, นายมนต์ชัย  หาญพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลำปาง และนายอภินันท์ ทรัพย์มาก หัวหน้าควาญช้างหลวง ร่วมในการตรวจเยี่ยมฯ ซึ่งการตรวจเยี่ยมช้างสำคัญในวันนี้เป็นการติดตามการตรวจร่างกาย/สุขภาพของช้าง

โดยจะดำเนินการทุกวันที่ 16 ของเดือน ช้างทุกช้างมีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรง ในการนี้  ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 และคณะ ได้ร่วมลงนามในบันทึกการตรวจเยี่ยมฯ เพื่อให้จังหวัดลำปาง รายงานสำนักพระราชวังต่อไป


ภาพ/ข่าว  ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

ลำปาง - มจร.วส.นครลำปางจัดกิจกรรม "ปันน้ำใจ เราไม่ทิ้งกัน ครั้งที่ 2" ครบรอบสถาปนา "134 มหาจุฬา

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง จัดกิจกรรม โครงการ "ปันน้ำใจ เราไม่ทิ้งกัน ครั้งที่ 2" เนื่องในโอกาสครบรอบสถาปนา "134 มหาจุฬา" โดยทางกิจการนิสิตฯได้นำนิสิตบรรพชิตและคฤหัสถ์มาช่วยกันจัดทำข้าวกล่องเพื่อนำไปมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนผู้มาฉีดวัคซีนที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ซึ่งเป็นโครงการ "ปันน้ำใจ เราไม่ทิ้งกัน" ครั้งที่ 2 โดยวิทยาลัยสงฆ์นครลำปางได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมสนองนโยบายอธิการบดีและในวันนี้ ซึ่งได้ร่วมบูรณาการกับทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตจัดทำข้าวกล่องจำนวน 600 ชุด โดยในงานนี้ได้รวบรวมปัจจัยจากคณะครู อาจารย์ นิสิต ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ และผู้มีจิตศรัทธา จำนวนหนึ่งมาเป็นค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ ในยามเกิดวิกฤตทางวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ก็ไม่ทอดทิ้งกัน จะช่วยเหลือแบ่งปันซึ่งกันและกันตามกำลังความสะดวก ดังสุภาษิตคำพังเพยที่ว่า "เพื่อนแท้ก็จะเห็นใจกัน ในยามทุกข์ยากลำบาก"

โดยในช่วงเวลา 11.00 น. ตัวแทนผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ ได้เดินทางไปมอบข้าวกล่องให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่อบจ.ลำปางที่ปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 200 ชุด และ ได้ร่วมออกโรงทานแจกอาหาร น้ำดื่ม ให้กับประชาชนที่มาเข้ารับการฉีดวัคซีน จำนวน 400 กล่อง ณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ถ.ป่าขาม ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง "134 ปี มหาจุฬาฯ พัฒนาปัญญาและคุณธรรม นำสังคมสู่สันติสุข"


ภาพ/ข่าว  ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

แม่ฮ่องสอน - ชาวบ้านลุ่มน้ำยวมส่งหนังสือถึง “บิ๊กป้อม” วอน กก.วล.เลื่อนการพิจารณา EIA ผันน้ำยวม

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 นายสะท้าน ชีวะวิชัยพงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน เปิดเผยว่า ขณะนี้เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม-เงา-เมย-สาละวินได้ส่งหนังสือ ถึงคณะรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(กก.วล.)และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ เพื่อขอให้เลื่อนการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และขอให้ส่งกลับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ (คชก.) ทบทวนการพิจารณารายงานให้ครอบคลุมในทุกมิติ 

นายสะท้านกล่าวว่าเครือข่ายฯ  ทราบว่า คชก. ได้พิจารณาผ่านรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้ กก.วล.เพื่อพิจารณาแล้ว และ กก.วล.จะมีการพิจารณาในวันที่15 กันยายน 2664 ซึ่งซึ่งเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม-เงา-เมย-สาละวิน เห็นว่า EIA ฉบับนี้จะส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งโครงการประกอบด้วยโครงสร้างต่าง ๆ อาทิ เขื่อนแม่น้ำยวม ถังพักน้ำ อุโมงค์ส่งน้ำ ฯลฯ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและกว้างขวาง ต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำเมย แม่น้ำยวม แม่น้ำสาละวิน และพื้นที่ของอุโมงค์ส่งน้ำใน 3 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน ตาก และเชียงใหม่ นอกจากนี้โครงการดังกล่าว ยังจะส่งผลกระทบต่อแม่น้ำเมยและสาละวิน อันเป็นเขตพรมแดนไทย-พม่า ซึ่งเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ และอาจจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในประเทศเมียนมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

โดยที่ผ่านมาทางเครือข่ายฯ ได้ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการ สผ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการดำเนินโครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำดังกล่าวไปยังหน่วยงานตลอดมา 

“เราระบุในหนังสือว่า คชก. ก็ยังคงผ่านรายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม โดยหนังสือฉบับนี้ เครือข่ายฯ ขอเรียนมาเพื่อขอแสดงจุดยืนคัดค้านไม่เห็นด้วยกับโครงการฯ โดยขอให้เลื่อนการพิจารณารายงาน EIA ของ กก.วล.และขอให้ส่งกลับรายงานให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการฯทบทวนการพิจารณารายงานให้ครอบคลุมในทุกมิติ พร้อมทั้งขอให้ดำเนินการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้านครบทุกกลุ่ม อีกทั้ง ขอให้นำข้อห่วงกังวลหรือข้อคิดเห็นของชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโดยตรง ให้ดำเนินการทบทวนการทำรายงานรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการฯ ให้ครอบคลุมในทุกมิติ” นายสะท้าน กล่าว

ในวันเดียกันมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ออกแถลงการณ์ คัดค้านโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลแนวส่งน้ำยวม – อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล  โดยระบุว่าโครงการดังกล่าว ต้องใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 5 แห่ง และพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติ 1 แห่ง สูญเสียพื้นที่ป่าทั้งสิ้น 3,641.77 ไร่ ปัจจุบันรายงาน EIA กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของ กก.วล.พิจารณาทั้งที่รายงานดังกล่าว ยังมีข้อกังขาถึงกระบวนการจัดทำรายงานฯ ความถูกต้องของข้อมูล และการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล ว่าผู้มีส่วนได้-เสียในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่

“มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในนามของตัวแทนเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ 19 องค์กรตามรายชื่อแนบท้าย ได้ทำการยื่นจดหมายถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ และประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ขอให้ยุติโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุกขนาดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และทบทวนนโยบายการจัดการน้ำของทั้งประเทศ เพื่อประเมินความเสี่ยงจากภาวะโลกร้อน

โดยมี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรับมอบเอกสารคัดค้านดังกล่าว โดยขอแสดงเจตนายืนยันไม่เห็นด้วยที่จะมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ หรือโครงการพัฒนาแหล่งน้ำประเภทอื่น ๆ เช่น อุโมงค์ผันน้ำที่ผ่าใจกลางผืนป่าในพื้นที่อนุรักษ์อีกต่อไป ซึ่งโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลแนวส่งน้ำยวม – อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงโครงการเพิ่มน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-เขื่อนภูมิพล คือ 2 โครงการจาก 77 โครงการ องค์กรเครือข่ายอนุรักษ์ฯ ขอแสดงเจตนายืนยันที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลยุติโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้งหมด ยกเลิกการเร่งผลักดันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแบบเหมารวม และเลือกการจัดการแหล่งน้ำนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นลำดับแรก ส่งเสริมนวัตกรรมการจัดการน้ำแบบไม่ทำลายพื้นที่ป่าเพื่อให้คนและสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน” แถลงการณ์ของมูลนิธิสืบระบุ 


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top