Sunday, 4 December 2022
เซาท์ไทม์

หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ตรวจความพร้อมกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภัยพิบัติ 

11 ต.ค. 65 พันเอก พงศ์พัฒน์ ห้องสินหลาก ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ได้สั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ทำการตรวจความพร้อมการช่วยเหลือประชาชน และอุปกรณ์เครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยของหน่วย ซึ่งประกอบด้วย อาทิ วิทยุสื่อสาร ไฟฉาย เสื้อชูชีพ ชุดเครื่องมือช่าง อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น รถยนต์บรรทุก (FTS) เครื่องมือช่วยเหลือ และ ชุดเสนารักษ์เคลื่อนที่ เป็นต้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมแผนการปฏิบัติในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ หากเกิดภัยพิบัติจะสามารถดำเนินการเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ โดยกำลังพลทุกนายล้วนมีความพร้อมตามที่ได้ฝึกมาเป็นอย่างดี 

'อธิบดี กรมทะเลและชายฝั่ง' ย้ำหน่วยงานในพื้นที่ เข้มมาตราการคุ้มครองป้องกันภัยคุกคามสัตว์ทะเลหายาก ดึงภาคประชาชนร่วมดูแลและแจ้งเหตุสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล 1362

วันที่ 10 ตุลาคม 2565 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนาย นางสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ว่า ทีมสัตวแพทย์จากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ร่วมกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (ศวอล.)ได้ทำการชันสูตรซากพะยูนเกยตื้น ซึ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา เรื่องพบซากพะยูนเกยตื้น ณ บริเวณสะพานท่าเรือควนตุ้งกู ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม โดยทางเจ้าหน้าที่ ศวอล.ได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ในการช่วยขนย้ายซากพะยูนมายังศูนย์วิจัยฯ เพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุการตาย ด้านเจ้าหน้าที่ ศวอล. และ ศวอบ. จึงเข้าทำการตรวจสอบซากพะยูนตัวดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยพบว่าพะยูนมีความยาวลำตัวโดยวัดแนบยาว 2.5 เมตร เพศผู้ อยู่ในช่วงโตเต็มวัย เขี้ยวอยู่ครบทั้งสองข้าง ความสมบูรณ์ของร่างกายค่อนข้างผอมเล็กน้อย ลักษณะภายนอกพบรอยเขี้ยวจากพฤติกรรมฝูงทั่วลำตัว ไม่พบบาดแผลฉกรรจ์ สภาพซากเน่า ผิวหนังลอกหลุด และบวมอืด เมื่อเปิดดูอวัยวะภายในพบว่า อวัยวะภายในส่วนใหญ่เน่าสลายไม่สามารถระบุรอยโรคได้ชัดเจน ส่วนของทางเดินอาหารพบอาหารจำพวกหญ้าทะเลภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ พบพยาธิกลุ่มพยาธิตัวกลมจำนวนมากในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กพบพยาธิใบไม้ภายในกระพุ้งลำไส้ใหญ่ 

นายอรรถพล กล่าวต่อไปว่า พร้อมกันนี้ยังพบขยะทะเลประเภทกิจกรรมทางการประมงและเดินเรือ ได้แก่ เศษเชือกกระสอบปุ๋ย เศษเชือกและเศษอวน ในทางเดินอาหารส่วนลำไส้ใหญ่แต่นั้นไม่ใช่สาเหตุการตาย ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์ได้สรุปสาเหตุการตายโดยคาดว่าเกิดจากพะยูนป่วยตามธรรมชาติ เนื่องจากพบพยาธิซึ่งเป็นปรสิตภายในทางเดินอาหารจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของพะยูน ทำให้พะยูนผอม สภาพร่างกายอ่อนแอลงและตายในที่สุด นอกจากนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบนโยบายสำคัญอย่างการเข้มงวดในมาตราการคุ้มครองป้องกันภัยคุกคามสัตว์ทะเลหายาก ด้วยการดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หากประชาชนพบการลักลอบทำลายทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่ง และป่าชายเลน รวมถึงสัตว์ทะเลหายาก สามารถแจ้งมายังสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล 1362 ตลอดจนมอบแนวทางในการปกป้องและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล สัตว์ป่า และสัตว์ทะเลหายากในประเทศไทย โดยเฉพาะพะยูน ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์สงวนที่ใกล้จะสูญพันธุ์ พร้อมทั้งกำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานในการจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติให้สำเร็จ โดยเน้นเป้าหมายการเพิ่มจำนวนประชากรของพะยูน และดูแลพื้นที่อาศัยของพะยูน รวมทั้งแหล่งหญ้าทะเลพะยูน เพื่อส่งต่อให้ถึงมือคนรุ่นหลังได้อย่างสมบูรณ์และยั่งยืนที่สุด 

'ผบช.ภ.9' แถลง รวบแก๊งค้ายาฯ ยึดเฮโรอีน หนัก 110 กก. ซุกรถกระบะ มูลค่า 300 ล้านบาท ปลายทางมาเลเซีย

เมื่อวานนี้ (5 ตุลาคม 2565) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ภายในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9, แถลงว่า ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณรอง นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., ให้หน่วยในสังกัด เร่งรัด กวดขัน จับกุม ยึดทรัพย์ เกี่ยวกับยาเสพติด ภายใต้การอํานวยการของ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี, พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และพ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี

ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามนโยบายรัฐบาลให้มีการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2565 เวลาประมาณ 23.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ได้สืบสวนติดตามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติด (เฮโรอีน) โดยใช้รถกระบะบรรทุก สีเขียว ไม่ทราบยี่ห้อ และ หมายเลขทะเบียน เพื่อจะนำเฮโรอีนไปส่งยังชายแดนไทย - มาเลเซีย ในช่วงเวลา ประมาณ 22.00 - 24.00 น.ของวันที่ 2 ตุลาคม 2565 

โดยบุคคลที่ลำเลียงเฮโรอีนมาเป็นบุคคลเพศชาย สัญชาติไทย วัยกลางคน จำนวน 2 คน ทาง พ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี และ ร.ต.อ.ชูวิทย์ อ่อนขวัญเพ็ชร รอง สวป.สภ.เมืองปัตตานี หัวหน้า ชุด จับกุม จึงได้มีการวางแผนสกัดกั้นเพื่อจับกุม โดยตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสาย 42 เมื่อผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ขับขี่ผ่านจึงได้เรียกตรวจแต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ขับขี่หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด จับกุมจึงไล่ติดตามจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางได้ที่บริเวณหน้าสถานีขนส่งจังหวัดปัตตานี ถนนสาย 42 ในพื้นที่ ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี ประกอบด้วย 

1.) นายลอดี เปาะเยะ อายุ 30 ปี ที่อยู่ 181 หมู่ที่ 5 ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี

2.) นายอาหะมะ ยามา อายุ 46 ปี ที่อยู่ 100 หมู่ที่ 5 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมของกลาง 

(​​1) เฮโรอีน น้ำหนักรวมประมาณ 110 กิโลกรัม

(2) รถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเขียว รุ่นไทรตัน หมายเลขทะเบียน บน - 1521 ปัตตานี จำนวน 1 คัน

(​​3) โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO รุ่น A 54 สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง

(​​4) โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ VIVO รุ่น 1610 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง 

โดยกล่าวหาว่า 

1.) ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า (ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2)

2.) (ผู้ต้องหาคนที่ 2) เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต สถานที่เหตุเกิด ริมถนนเพชรเกษมสาย 42 บริเวณหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปัตตานี ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี ได้ตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 จำนวน 2 รายการ ดังนี้

1.) รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกุบปี้ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1 กต 7096 นราธิวาส จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 30,000 บาท

​​2.) รถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรตัน สีเขียว หมายเลขทะเบียน บน 1521 ปัตตานี จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 300,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สิน ที่ตรวจยึดประมาณ 330,000 บาท ​สำหรับมูลค่ายาเสพติด (เฮโรอีน)ที่สามารถตรวจยึดมาได้ เมื่อถูกนำส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 300,000,000 บาท ผบช.ภ.9 กล่าว

ผบ.พล.ร.15 ปิดการฝึกหน่วยปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน (บก.ควบคุม สุริโยทัย) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับกำลังพลในการปฎิบัติภารกิจในปีงบประมาณ 2566 

วันที่ 29 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ค่ายกัลยาณิวัฒนา ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เดินทางลงพื้นที่ เป็นประธานพิธีปิดการฝึกหน่วยปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน (บก.ควบคุม สุริโยทัย) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับกำลังพลในการปฎิบัติภารกิจในปีงบประมาณ 2566 ในพื้นที่ จังหวัดยะลา และ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นการปรับพื้นฐาน และทบทวน กำลังพลให้มีความรู้, ความเข้าใจหลักนิยม และพื้นฐานการปฏิบัติงานตามพันธกิจป้องกันชายแดน จนสามารถแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิผล โดยมีพันเอกยุทธนา สายประเสริฐ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151  ตลอดจนผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 15  เข้าร่วมในพิธี

ตามที่ กองพลทหารราบที่ 15 ได้กำหนดจัดการฝึกเตรียมความพร้อมให้กับหน่วยที่จะปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน กองบังคับการควบคุมสุริโยทัยในพื้นที่จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส มีกำหนดการฝึกตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ โดยได้จัดกำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 15  รวมทั้งสิ้น 410 นาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับพื้นฐาน และทบทวนกำลังพลให้มีความรู้ ความเข้าใจหลักนิยม และพื้นฐานการปฏิบัติงาน ตามพันธกิจป้องกันชายแดน 3 ประการของกองทัพบก ประกอบด้วย การเฝ้าตรวจ และป้องกันชายแดน การจัดระเบียบพื้นที่ และแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน  และการประสาน ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้กำลังพลของหน่วย ทั้งเป็นบุคคล และเป็นหน่วย มีความรู้ในเรื่องของระเบียบวินัย การพัฒนาเสริมสร้าง สมรรถภาพร่างกาย ลักษณะทางทหารที่ดีและการปฏิบัติทางยุทธวิธี เป็นพื้นฐานต่อการฝึกขั้นสูงต่อไป เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ในด้านต่างๆนอกเหนือจากความรู้ทางทหาร ให้กับกำลังพล สามารถปฏิบัติงาน ร่วมกับองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างปลูกฝัง อุดมการณ์ความรักชาติ เทิดทูนสถาบันหลัก คุณธรรมจริยธรรม และจิตวิญญาณของการเป็นทหารอาชีพ ให้เป็นที่ยอมรับ เชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนในพื้นที่ จชต. ตลอดจนเพื่อให้กำลังพลเข้ารับการฝึก ได้มองเห็นภาพของสถานการณ์ทางยุทธวิธี และปัญหาข้อขัดข้องต่างๆที่อาจจะต้องเผชิญ เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงให้ได้ใกล้เคียงมากที่สุด และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆในเวลาปฏิบัติงานในพื้นที่จริง

นราธิวาส - ผบ.ฉก.ทหารพราน 45 ร่วมใจชาวบ้าน "ลงแขกเกี่ยวข้าว" อนุรักษ์และสืบสานประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตพื้นบ้าน สร้างสัมพันธ์มิตรภาพพื้นที่แดนใต้

พันเอกทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 45 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานทั้งชายและทหารพรานหญิง นายรพี มามะ ผู้ช่วยกองเลขานุการประสานระดับพื้นที่ คณะที่ 3 ฝ่ายปกครอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำบลสะโลว์ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส  อสม.บ้านสะโลว์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 บ้านนิบง และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมเกี้ยวข้าวสามัคคี ณ.ทุ่งนาชาวบ้าน บ้านนิบง ม.3 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

น.ส.มาริสา อับดุลเลาะห์ รักษาการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านสะโลว์ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ กล่าวว่า วันนี้ได้พา อาสาสมัครตำบล หรือ อสม.ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ และทหารพราน มาร่วมช่วยกันเกี่ยวข้าว ซึ่งนับเป็นประเพณีคนพื้นที่ และคนไทยอีกอย่างหนึ่งของชาวนาไทย ซึ่งนับวันจะหาดูได้ยากในสภาพปัจจุบัน มีในแถบภาคใต้ และอีสานส่วนใหญ่ จะเป็นผู้มีน้ำใจไมตรี และในการทำกิจการ งานใดๆ ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเพราะทุกคนต่างมีน้ำใจให้กันและกัน ช่วยงานกันคนละมือละไม้ใช้เวลาไม่นานงานก็สำเร็จลุล่วงไปได้สมปรารถนา

การทำงานแบบนี้ เรียกว่า “ลงแขก” การลงแขก  คือการบอกกล่าว ขอแรงบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย หรือมิตรชาวบ้านในพื้นที่ ให้มาช่วยทำงานนั่นเอง งานที่จะลงแขกกันนั้นอาจจะเป็นงานส่วนรวมหรืองานส่วนตัวก็ได้ สำหรับงานส่วนตัวนั้นส่วนมากมักจะเป็นงานใหญ่สุดกำลังคนในครอบครัวจะทำได้ หรืออาจจะเป็นงานหนักแต่จำเป็นต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียว จึงต้องบอกกล่าวให้ญาติพี่น้องเพื่อนบ้านมาช่วยเหลือเพื่อให้งานเสร็จสิ้นไปงานที่มักลงแขก อาทิ การลงแขกทำนา ซึ่งมีการลงแขกดำนา ลงแขกเกี่ยวข้าว ลงแขกตีข้าว (นวดข้าว)  เป็นประเพณีไทยที่แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจ หรือการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งยังเป็นการสร้างความสามัคคีกันภายในหมู่บ้านอีกด้วย เอาไว้เลี้ยงเพื่อนบ้าน ที่เข้ามาช่วยลงแขกดำนา....

‘ผู้ว่าฯ นราธิวาส’ นำจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ร่วมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ที่บริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส หลังเกิดอุทกภัยอย่างหนักในรอบ 23 ปี

(4 มี..65) นราธิวาส - ที่บริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ โดยมีปลัดจังหวัดนราธิวาส นายอำเภอสุไหงโกลก ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ และคณะจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อย่างพร้อมเพรียงกัน

โดยคณะจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสได้ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เช่น เก็บกวาดขยะ กวาดล้างถนน บริเวณถนนบริเวณหน้าถนนใหญ่ และโดยรอบบริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส หลังจากเกิดอุทกภัยอย่างหนักในรอบ 23 ปี ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับความเดือดร้อนเป็นบริเวณกว้าง ขณะที่ทุกภาคส่วนผนึกกำลังบูรณาการช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่สำหรับจังหวัดนราธิวาสมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 13 อำเภอ 75 ตำบล 541 หมู่บ้าน

‘มท.1’ ลงพื้นที่ ต.คลองแห รับฟังผลการดำเนินงาน “คืนคลองสวย น้ำใส ให้คลองแห จังหวัดสงขลา” พร้อมร่วมโยน EM Ball บำบัดน้ำเสีย

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ เดินทางมาตรวจราชการ ณ พื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ ในกิจกรรม “คืนคลองสวย น้ำใส ให้คลองแห จังหวัดสงขลา” โดยนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และส่วนราชการในจังหวัดสงขลา ร่วมให้การต้อนรับคณะฯ

ในการนี้พลตรี สิรภพ ศุภวานิช ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4 ได้ชี้แจ้งผลการปฏิบัติภารกิจและความคืบหน้าของการดำเนินการโครงการ “คืนคลองสวย น้ำใส ให้คลองแห จังหวัดสงขลา” ณ ศาลาเอนกประสงค์ วัดคลองแห ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

‘พรรคประชาชาติ’ ไม่ทิ้งประชาชนประสบอุทกภัย ลั่น!! ประชาชน คือ ประชาชาติ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

นราธิวาส - พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.3 จังหวัดยะลา นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.4 จังหวัดปัตตานี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.4 จังหวัดนราธิวาส และคณะ เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมหารือแนวทางช่วยเหลือฟื้นฟูทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย โดยคณะได้เยี่ยมชาวประมงที่เรือประมงถูกน้ำหลากซัดออกทะเลที่หาดเสด็จตาบา ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ ต่อด้วยเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยประมาณ 100 คน ที่บ้านปูโป๊ ะ ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโกลก และเยี่ยมศูนย์ พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีผู้อพยพประมาณ 150 คน ที่ รร.ดารุลฟุรกอน ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ทั้งนี้ ในช่วงเย็นได้เดินทางเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีผู้ประสบภัยประมาณ 600 คน ที่ รร.ศึกษาสงเคราะห์ ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง และเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม ที่ ต.สากออ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

นอกจากนี้พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการพรรคประชาชาติ ยังมีการลงพื้นที่ต่อเนื่องใน วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม 2565 ลงพื้นที่ เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่วัดลำภู อ.เมืองจ.นราธิวาส และในพื้นที่จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานีอีกด้วย

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า คณะประชาชาติได้มาเยี่ยมให้กำลังใจ และหาแนวทางช่วยเหลือผู้ที่ประสบ อุทกภัยในสามจังหวัด โดยเริ่มต้นที่จังหวัดนราธิวาสก่อน เป็นจุดที่เกิดการสูญเสียมากที่สุด อย่างเรือประมงที่ออกหาปลาต้องโดนพายุซัดเกิดการเสียชีวิตและเรือจม 2 - 3 ลำ ก็ร่วมทำการกู้โดยต้องขอความช่วยเหลือจากกองทัพเรือให้มาช่วยเหลือเพราะความลำบากต่อการค้นหา สิ่งสำคัญอาชีพประมงเกิดชะตากรรมที่ไม่ใช่ชะตากรรมของความขยัน เป็นชะตากรรมที่รัฐกำหนดให้ ที่รัฐมาจัดระเบียบการประมง ทำให้ชาวประมงใช้ระเบียบที่ไม่เป็นธรรม ใช้กฎหมายที่อยู่เหนือกว่าเป็นธรรม จึงทำให้ประมงพาณิชย์ประมงชายฝั่ง และประมงพื้นบ้านได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง แม้รัฐจะปรับเพดานลงแต่กฎหมายยังอยู่ ซึ่งพรรคการเมืองทุกฝ่ายกำลังนำเสนอแก้อยู่ ในส่วนของพรรคประชาชาติเอาร่างกฎหมายที่แก้แล้วให้ประชาชนดูว่าความสมดุลระหว่างประมงพื้นบ้านที่หาดนราทัศน์ หรือประมงทั้งหมด คือกฎหมายจะต้องให้เกิดความยุติธรรมกับทุกคนและทุกสิ่ง

เลขาพรรคประชาชาติ ยังได้บอกอีกว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เรามีต้นทุนที่ยิ่งใหญ่มากคือเป็นจังหวัดชายแดน เราจะต้องพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านแต่ในช่วงหลังนี้ทางรัฐได้หลงลืมโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และในช่วงประสบอุทกภัยอยากจะวิงวอนรัฐบาลเมื่อเรามาประสบกับโรคระบาดโควิด-19 และอุทกภัยต่างๆ สิ่งที่รัฐบาลจะทำได้คือการเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาหรือเข้ามาฟื้นฟู ให้ประชาชนมีคุณภาพที่ดียืนอยู่ได้ และการส่งเสริมสนับสนุนคุณเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ ถ้าหากเค้าคิดจะทำอะไรอยู่แล้วก็ควรส่งเสริมขยายอำนาจให้เขา ไม่ควรจะขยายอำนาจมาครอบงำจนไม่สามารถจะทำอะไรได้ นายกเคยพูดว่าถ้ามีปัญหา ไม่ต้องไปบอกกับนายกฯแต่ให้บอกกับข้าราชการอันนี้เป็นความคิดที่ผิด ถ้าหากมีปัญหาควรให้ชุมชนท้องถิ่นเค้ายืนได้ด้วยตัวเองช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ยังงั้นรัฐก็เข้าไปอำนาจเอาทรัพยากร เข้าไปเอางบประมาณไว้หมด ไม่ได้กระจายงบประมาณเข้ามาในท้องถิ่น ส่วนข้าราชการที่มาก็เป็นตัวแทนของส่วนกลางและวิธีคิดของรัฐบาลกับวิธีคิดของประชาชนจะต่างกันไป

‘เทศมนตรีหัวหิน’ เจ๋ง!! คว้ารางวัลชนะเลิศดีเด่น ระดับประเทศ ทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ จากนายกตู่

(4 มี..65) ประจวบคีรีขันธ์ - ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร กระทรวงสาธารณสุข, นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน เข้ารับโล่เกียรติคุณ “ชนะเลิศระดับทอง (ดีเด่น)” ทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ” (MERIT MAKER) ระดับประเทศ ประจำปี 2564 จากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวแสดงความยินดี พร้อมกันนี้ นายพงษ์ดนัย เทพวนิลกร หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างหัวหินธรรมสถาน ได้นำผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศในครั้งนี้มาร่วมจัดแสดงด้วย

นายอนุทิน กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเด็ก 3 เรื่องหลัก คือ ว่ายน้ำเป็น ลอยตัวในน้ำหรือรอให้คนมาช่วยได้ การออกกำลังกายและการเรียน 2 ภาษา โดยเรื่องป้องกันการจมน้ำ สธ.ดำเนินงานตามมติสหประชาชาติร่วมมือกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ ดำเนินงานป้องกันการจมน้ำและสร้างทีม “ผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ” (MERIT MAKER) ซึ่งช่วยลดการจมน้ำเสียชีวิตของเด็กได้ร้อยละ 56 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากเดิมเด็กจมน้ำเสียชีวิตปีละ 1,500 คน เหลือ 658 คนในปี 2564 เรามีเครือข่ายฝึกฝนดูแลอบรมเด็กเล็กทั้งในโรงเรียนหรือตามสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งรูปแบบการช่วยเหลือมีแต่ต้องให้ประชาชนใส่ใจกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะถึงเวลาเราคงอ่านศึกษาไม่ทัน จากการครองสติต่างๆ จึงต้องมีการศึกษาการช่วยเหลือหรือเอาตัวรอดจากเหตุฉุกเฉินก่อน ซึ่งจะให้กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต ทำการสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนว่าการจะไปเที่ยวที่ไหนหรือไปไหนก็ตาม ให้มองเรื่องความปลอดภัย สอดส่องว่าหากมีเหตุฉุกเฉินจะทำอย่างไร ประตูทางออกฉุกเฉิน อุปกรณ์ช่วยชีวิตอยู่ที่ไหน เช่น ชูชีพในเรือ ค้อนทุบกระจกในรถ หลักเดียวกับการออกจากบ้านที่เราพกยาดมยาหม่อง เจลแอลกอฮอล์ หรือเรื่องของภูมิปัญญาการช่วยการจมน้ำ เช่น หากไม่มีชูชีพก็สามารถหาขวดมาเย็บรวมกันเพื่อทำตัวช่วยลอยน้ำก่อนได้ เป็นต้น

‘องคมนตรี’ ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ‘ด้านการผลิตครู - การยกระดับการศึกษา - การพัฒนา Soft Skill’ ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม

พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ พร้อมร่วมรับฟังการสรุปงานด้านการผลิตและพัฒนาครู การยกระดับคุณภาพการศึกษาของทุกคณะ โครงการพัฒนา Soft Skill ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม การพบผู้แทนนักศึกษาร่วมรับฟังเสียงสะท้อนด้านการจัดการเรียนการสอน เพื่อน้อมนำพระราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สู่การลงมือปฏิบัติจริง ตลอดพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินงานพัฒนาท้องถิ่น และให้ความร่วมมือกับจังหวัดอย่างแน่นเฟ้น เพื่อขับเคลื่อนฟื้นฟูผลกระทบด้านต่างๆ กระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างความสามัคคี

โดยได้บูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างให้ประชาชนในท้องถิ่นมีความพร้อมต่อการพัฒนาตนเองและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยมี นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชัย ศรีขวัญ นายกสภามหาวิทยาลัย ผศ.ดร.วัฒนา รัตนพรหม รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคใต้ 4 แห่ง ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับและร่วมประชุม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 ณ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

ในโอกาสนี้ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปในหัวข้อยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและการพัฒนาครูของคณะครุศาสตร์ ในประเด็นการจัดการเรียนการสอน การยกระดับคุณภาพการศึกษา การวิเคราะห์ SWOT ของคณะครุศาสตร์ ซึ่งคณะครุศาสตร์ได้มีการพัฒนาหลักสูตรการเน้นผลิตบัณฑิตครูและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเป็นเลิศในวิชาชีพและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากลสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษาที่มีคุณภาพให้เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาของสังคมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top