Friday, 12 April 2024
JKN

คอนเฟิร์มแล้ว แอน จักรพงษ์ คนไทยคนแรก ผู้เป็นเจ้าของ MISS UNIVERSE แบบ 100%

หลังจากที่ แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ เคยออกมาบอกว่าจะซื้อหุ้นกินรวบ Miss Universe ขึ้นแท่นเจ้าของ Miss Universe ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเพจ Pageant Insiders ได้โพสต์อินสตาแกรม mvlanyevaera ที่เป็นภาพแผนที่ประเทศไทยพร้อมข้อความว่า…

“มีข่าวลือว่าบริษัทจากประเทศไทยได้เข้าซื้อกิจการ Miss Universe แล้ว แต่สำนักงานใหญ่ยังคงอยู่ที่นิวยอร์กตามเดิมเนื่องจากเหตุผลทางด้านกฎหมาย และทีมงานยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นบริษัทอะไรที่เข้าซื้อไป แต่น่าจะมีการประกาศในเร็วนี้ ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรแน่นอน” 

ล่าสุดข่าวลือสะพัดว่า มิสยูนิเวิร์ส ได้เปลี่ยนเจ้าของเป็นคนไทยแล้วก็เป็นจริง โดยบริษัท JKN ที่มี แอน จักรพงษ์ เป็นผู้บริหารและเจ้าของกิจการได้ออกมาประกาศเป็นที่เรียบร้อย ระบุข้อความว่า

เปิด 6 ยุทธศาสตร์ 'มาดามแอน' เจ้าของใหม่ MU ผู้สร้างอาณาจักรหมื่นล้านขึ้นได้ในช่วง 2 ทศวรรษ

หลังจากที่เป็นข่าวลือมานาน ในที่สุด 'แอน จักรพงษ์' หรือ 'จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์' ก็ได้นั่งแท่นเจ้าของเวทีมิสยูนิเวิร์ส (Miss Universe) คนใหม่อย่างเป็นทางการแบบ 100% เสียทีโดยสาวแอน หรือ 'แม่แอน' ได้ประกาศข่าวดีนี้ด้วยตัวเองผ่านเฟซบุ๊ก Anne Jakrajutatip ที่ทำเอาแฟนนางงามชาวไทยได้เฮสนั่นกันถ้วนหน้า

สำหรับ 'แอน จักรพงษ์' หรือ 'มาดามแอน' เธอคือซีอีโอในบริษัททุนตลาดหลักทรัพย์ที่มีคาแรกเตอร์ฉีกไม่เหมือนใคร ทั้งพูดจาฉะฉาน ชัดเจน ตรงประเด็น วิสัยทัศน์แหลมคม และตอบทุกประเด็นคำถามอย่างแจ่มชัด สร้างความฮือฮาจากคนทั้งประเทศมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน 

วันนี้เธอสร้างเส้นทางชีวิตสู่ความสำเร็จหมื่นล้านด้วยน้ำพักน้ำแรงตนเองอย่างไม่มีใครกังขา และเต็มไปด้วยกรณีศึกษาที่ถูกนำมาตีแผ่!!

>> เธอคว้า 10 ล้านในวัย 21 ปี 
จากอดีตอาตี๋ลูกคนโตแห่งศูนย์เช่าวิดีโอสู่เซียนคอนเทนต์แห่งอาเซียน เธอมาจากอาตี๋ ครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนที่ครอบครัวดำเนินธุรกิจเปิดร้านเช่าวิดีโอ เธอเริ่มต้นธุรกิจในวัยเพียง 21 ปี และมีมุมมองในการเฟ้นหาคอนเทนต์ เรียกว่า สายตาแหลมคมประหนึ่งเทพ คว้าสารคดี Walking With Dinosaurs มาผลิตในรูปแบบดีวีดีจัดจำหน่ายในบ้านเรา สร้างรายได้ก้อนแรกให้กับเธอมากถึง 10 ล้านบาท และส่งผลให้เธอเป็นนักค้าคอนเทนต์อันดับหนึ่งของประเทศไทยและอาเซียน ณ ปัจจุบัน

>> เธอคว้าหลักร้อยล้านในวัย 25 ปี 
วิสัยทัศน์ของแอน ในการนำเสนอขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่นำเข้ามาให้กับช่องทีวีในยุคนั้น ๆ รวมแล้วน่าจะเกือบทุกช่องที่จะต้องซื้อคอนเทนต์ของเธอ เพื่อมาออกอากาศเรียกคนดูและโกยเรตติ้งท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ถือเป็นช่วงชีวิตที่เริ่มโรยกุหลาบให้เส้นทางตัวเองอย่างเด่นชัดขึ้น

>> เธอคว้าพันล้านในวัย 38 ปี 
เพราะกล้าแตกต่างและเห็นช่องทางตลาดใหม่ในธุรกิจซื้อขายคอนเทนต์ ลงทุน ลงแรง บริหารเองกับมือ ทำให้อาณาจักรคอนเทนต์ JKN เติบโตจนสามารถเดินหน้าเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในปี 2560 สร้างความฮือฮาให้กับแวดวงนักลงทุนเป็นอย่างมาก เป็นข่าวดังใหญ่โตเพราะเธอสามารถสร้างให้หุ้นของ JKN นั้น ติด Ceiling ต่อเนื่อง 4 วัน และ เช่นกัน โควิดก็ทำอะไรเธอไม่ได้ ดังคำที่เธอเคยบอก “อะไรก็ฆ่าฉันไม่ตาย” นอกจากนี้เธอยังยกระดับ JKN ย้ายเข้า SET ในช่วงโควิดที่ทุกธุรกิจกระทบเป็นวงกว้างแต่ JKN กลับโตสวนกระแสและทำกำไรอย่างมหาศาล

>> เธอตั้งเป้าคว้า 10,000 ล้าน ในวัย 42 ปี 
เธอการประกาศแผนลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของ JKN ด้วยการเข้าซื้อกิจการช่อง NEW18 หวังชุบชีวิตฟื้นคืนช่องทีวีดิจิทัล พร้อมเปลี่ยนชื่อทางการใหม่เป็น JKN18 ตั้งเป้าดันขึ้น TOP10 ทีวีดิจิทัลชั้นนำในเมืองไทย

ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากวิสัยทัศน์ การวางแผน การบริหารจัดการที่ก้าวไกล และมาจากแนวคิดกลยุทธ์การตลาดที่สุขุม นุ่มลึก ซึ่งได้รวบรวมมาไว้เป็นแนวทาง ดังนี้...

(1) มองขาดเรื่อง Content is King
(2) ใช้สื่อที่มีในมืออย่างชาญฉลาดทั้ง JKN TV และ JKN CNBC สื่อสารสร้างให้ผู้ชมเกิดการเสพติดทางสายตาอย่างแยบยล
(3) มองไกลในกลุ่มคอนซูมเมอร์โปรดักส์ ใช้ Superstar Marketing การันตีด้วยการสร้างยอดขายหลายสิบล้านในชั่วข้ามคืน
(4) CEO Branding ความกล้านำเสนอตัวตนอย่างชัดเจน เด่น และแตกต่าง ในทุกพื้นที่สื่อของไทย และนำเสนอเรื่องราวใหม่ ๆ ในพื้นที่คอนเทนต์ของเธอเอง ใช้ชื่อรายการว่า “Real Anne” ที่ปัจจุบันออกอากาศผ่านทางยูทูบ JKN Official ซึ่งซีซัน 1 มีทั้งหมด 30 ตอน ซึ่งมียอดผู้ชมรวมมากกว่า 30 ล้านวิว และกำลังก้าวเข้าสู่ ซีซันที่ 2 ซึ่งจะออกอากาศให้ได้ชมตอนแรกในวันศุกร์ที่ 30 เมษายน 64 นี้
(5) วางหมากขุนพลที่จะมาช่วยขับเคลื่อนกระบวนทัพของธุรกิจ JKN ได้อย่างมือฉมัง
(6) นำเสนอโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ก่อนใครด้วยการขึ้นแท่นเป็น Content – Commerce – Company (3C) ที่ให้ข้อมูลว่าพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 5,000 ล้านบาท ในปี 67

JKN ส่อผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ 443 ล้านบาท เตรียมขอผ่อนผันชำระ หลังครบกำหนด 1 ก.ย.นี้

JKN เผยไม่สามารถหาแหล่งเงินชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หุ้นกู้ รุ่น JKN239A มูลค่า 609 ล้านบาท แต่มียอดค้างชำระ 443 ล้านบาท ครบกำหนด 1 ก.ย.นี้ จ่อเปิดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 29 ก.ย.นี้ ขอมติผ่อนผันจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ป้องกันปัญหาผิดนัดชำระหุ้นกู้รุ่นอื่นๆ ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ

บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่า ตามที่หุ้นกู้ของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2563 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2566 (หุ้นกู้รุ่น JKN239A) ถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ในวันที่ 1 กันยายน 2566 จำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งสิ้น 609,981,369.6 บาท 

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ในวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ดังกล่าวได้โดยบริษัทจะชำระเงินต้นบางส่วนจำนวน 146,618,630.14 บาท และดอกเบี้ยจำนวน 9,981,369.86 บาท รวม156,600,000 บาท ในวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ (1 กันยายน 2566) โดยคงเหลือยอดค้างชำระจำนวน443,400,000 บาท 

จึงไม่เป็นไปตามข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ สำหรับ หุ้นกู้ของบริษัท เจเคเอ็นโกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2563 ครบกำหนดไถ่ ถอนปี 2566 ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนดไถ่ถอน ภายใต้โครงการตราสารหนี้ (Medium Term NoteProgram)  ปี พ.ศ. 2563 วงเงินหุ้นกู้ทั้งสิ้นไม่เกิน 2,500,000,000 บาท ณ ขณะใดขณะหนึ่ง (Revolving Basis) (ซึ่งรวมถึงการเพิ่มวงเงินเสนอขาย (ถ้ามี) ที่ได้มีการเปิดเผยเพิ่มเติมในแบบ 69-Supplement) (ข้อกำหนดสิทธิ)

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวข้างตัน ส่งผลให้บริษัทจะต้องมีการดำเนินการตามที่กำหนดในข้อกำหนดสิทธิก่อน ได้แก่ (1) ผู้ออกหุ้นกู้ได้รับการร้องขอเป็นหนังสือจากผู้ถือหุ้นกู้ไม่ว่ารายเดียวหรือหลายรายที่ถือหุ้นกู้หรือถือหุ้นกู้รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของหุ้นกู้ที่ยังไม่ได้ไถ่ถอนทั้งหมด หรือ (2) มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ให้ถือว่าบริษัทตกเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้และให้หุ้นกู้ถึงกำหนดชำระโดยพลันในการนี้ 

บริษัทได้จัดเตรียมแผนการชำระหนี้ตามหุ้นกู้รุน JKN239A โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 29 กันยายน 2566 ต่อไป เพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้พิจารณาอนุมัติ (1) แผนการชำระเงินตัน และดอกเบี้ยหุ้นกู้การแก้ไขเปลี่ยนปลงข้อกำหนดสิทธิ รวมถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ (2) การขอผ่อนผันให้การผิดนัดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ถือเป็นเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ และ ไม่เรียกชำระหนี้ตามหุ้นกู้โดยพลัน(Call Default) หากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ บริษัทเชื่อมั่นว่า บริษัทจะสามารถเสนอเงื่อนไขในการชำระเงินตันและดอกเบี้ยตามแผนที่กำหนดไว้ได้

ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจถึงการผิดนัดชำระเงินต้น ดังกล่าว โดยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้พิจารณาสรรหาแหล่งเงินทุนหลากหลายวิธีการ อย่างไรก็ตาม การเจรจากับผู้ร่วมทุนของบริษัทไม่เป็นไปตามที่บริษัทคาดหวัง ในการนี้บริษัทยืนยันและรับรองว่า บริษัทมีความตั้งใจและขอให้ความเชื่อมั่นว่าบริษัทมีเจตนาที่จะชำระคืนเงินดัน และดอกเบี้ยทั้งหมดของหุ้นกู้รุ่น JKN239A รวมถึงหุ้นกู้ใด ๆ ของบริษัททั้งหมด โดยบริษัทจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

‘แอน จักรพงษ์’ ยันมีแผนแก้ปัญหาหุ้นกู้แล้ว  ประกาศถือหุ้น JKN เพิ่มเป็น 38%

(7 ก.ย. 66) ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ถูกโหมกระหน่ำ ‘แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์’ ผู้ถือหุ้นใหญ่และ CEO ของ ‘JKN’ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้แจ้ง กลต. เมื่อวานนี้ ว่ามีรายการขายหุ้นและรับโอนหุ้นหลายรายการ ขอสรุปสั้น ๆ คือ รายการขายหุ้นของเธอมาจากบัญชี มาร์จิ้น ถูกฟอร์ซเซลล์ หรือบังคับขาย เนื่องจากราคาหุ้นตกแรงกว่า 50% ใน 2 วัน แต่คุณแอนได้มีการรับโอนหุ้น JKN เข้ามาเพิ่ม 77 ล้านหุ้น ทำให้ปัจจุบัน คุณแอนจักรพงษ์ ถือหุ้น JKN ทั้งหมดเพิ่มเป็น 392,287,682 หุ้น คิดเป็น 38% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดอันดับ 1 เหมือนเดิม

“ดิฉันยืนยันว่า ดิฉันยังยืดหยัดบริหาร JKN และ ยังถือครองหุ้น JKN กว่า 38% ส่วนเรื่องหุ้นกู้นั้น บริษัทฯ JKN มีแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้วโดยได้ปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายและ บริษัทผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้ และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย และจะเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้รุ่น JKN239A ในวันที่ 27 กันยายนนี้ เพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ จึงอยากขอให้ผู้ถือหุ้นกู้ และนักลงทุนอย่าได้หลงเชื่อข่าวลือ หรือเฟกนิวส์ต่าง ๆ และ ขอให้เช็คข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์และ กลต. หรือ ติดต่อที่บริษัทฯ เพื่อสอบถามได้ตลอดเวลา ดิฉันและผู้บริหารมีเจตนาที่จะดูแลเงินลงทุนและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างจริงใจ” คุณแอน จักรพงษ์ กล่าวสรุป

แผนสกัด ‘แอน JKN’ ปลุกเฟกนิวส์ ยกเลิกประกวด MU กลยุทธ์แห่งเกมธุรกิจ ต้องเอาคนแพ้ให้ถึงขั้นไม่มีที่ยืน

(9 ก.ย. 66) ดูเหมือนว่าในช่วงสัปดาห์นี้ หนทางสู่ ‘จักรวาล’ ของ ‘แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์’ CEO ข้ามเพศพันล้านของ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอลกรุ๊ป (JKN) ต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคนานัปการที่ถาโถมใส่แบบรัวๆ เลยทีเดียว

คือถ้าใจไม่นิ่ง หรือหนักแน่นพอ อาจจะมีสิทธิ์ได้จิตตกกันบ้าง แต่ไม่ใช่สำหรับ ‘แอน จักรพงษ์’ อย่างแน่นอน!!

นับตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ ที่กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับที่เป็น Talk of The Town กับกรณีที่ทาง JKN แจ้งเรื่องผิดนัดชำระหุ้นกู้ ‘JKN239A’ รวมเงินต้นและดอกเบี้ยกว่า 600 ล้านบาท โดยมีการชำระคืนเงินต้นเพียงบางส่วน พร้อมทั้งดอกเบี้ยรวมกว่า 150 ล้านบาท

ต่อจากนั้น ก็กลายเป็นว่า JKN ต้องออกมาสู้รบปรบมือกับสารพัดข่าวลือข่าวลวง ที่ประเดประดังเข้ามาตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยกเลิกการประกวด Miss Universe เพราะขาดสภาพคล่องทางการเงิน

ทั้งที่ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

การจัดประกวด Miss Universe 2023 ที่ แอน ถือลิขสิทธิ์อยู่ในมือนั้น ยังคงดำเนินการตามปกติ โดยจะจัดขึ้นใน วันที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ภายใต้การรับหน้าที่เจ้าภาพของ รัฐบาลเอลซัลวาดอร์

งานนี้ทำเอาจักรวาลสะเทือนถึงขนาดที่จะมีการฟ้องร้องผู้ที่เจตนาปล่อย Fake News นี้

ยังไม่พอ ยังมีการขยี้ย้ำหวังจะซ้ำให้จมดิน ด้วยข่าวการเทขายหุ้น JKN ซึ่งถ้ามองแต่พาดหัวข่าว อาจจะแฝงเจตนาที่ชวนให้คิดว่า คงไปต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ ถึงขนาดต้องเทหุ้นออกมาขายแบบนี้

ขณะที่ในความเป็นจริงแล้ว ความผันผวนของตัวเลขหุ้น JKN ในมือของ แอน นั้น มีการเปลี่ยนแปลงจริง แต่ก็เป็นกลไกปกติของตลาดอยู่แล้ว มีขึ้น มีลง มีได้มา มีขายไป

สรุปความก็คือ แอน ขายหุ้นในส่วนของตัวเอง จำนวน 92 ล้านหุ้น มูลค่ารวมกว่า 116 ล้านบาท!!

แต่ก็มีการได้รับโอนหุ้นเพิ่มเติมเช้ามาอีก 77 ล้านหุ้น ซึ่งระบุว่า “เป็นการได้มา ‘โดยเสน่หา’”

เมื่อนำมาหักลบกันแล้ว ก็เท่ากับว่า ณ ปัจจุบัน แอน มีหุ้น JKN อยู่ในมือ จำนวน 392,287,682 หุ้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 38 %

นั่นหมายถึงว่า แอน ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ของ JKN อยู่ ทำให้อำนาจการบริหารยังคงไม่ถูกเปลี่ยนมือ

“ดิฉันยืนยันว่า ดิฉันยังยืดหยัดบริหาร JKN และยังถือครองหุ้น JKN กว่า 38% ส่วนเรื่องหุ้นกู้นั้น บริษัทฯ JKN มีแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้ว โดยได้ปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายและบริษัทผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้ และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย”

ท่ามกลางข่าวลือ ข่าวลวงที่เกิดขึ้น ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการดิสเครดิตครั้งยิ่งใหญ่ ที่ JKN กำลังเผชิญ โดยไม่รู้ว่าเป็นน้ำมือของใคร!?!

เพราะเพียงแค่ความเพลี่ยงพล้ำในครั้งแรกนั้น กลับนำพามาสู่การเจตนาทำร้ายล้าง ราวกับตั้งใจจะสกัดหนทางของ แอน ไม่ให้ – เจิดจรัสจักรวาล - อย่างที่ประกาศกร้าวไว้ ซึ่งแน่นอนว่าข่าวในเชิงลบที่ถูกปล่อยออกมาแปบรัวๆ อย่างนี้ ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท ความเชื่อมั่นในตัวของผู้บริหาร และแน่นอนว่า ย่อมส่งผลไปถึงการพิจารณาของบรรดาคู่ค้า ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทั้งรายใหญ่ รายย่อย หรือแม้กระทั่งสปอนเซอร์ โดยเฉพาะเป็นเรื่องของการขายงานระดับจักรวาลแบบนี้ด้วย

คำถามก็คือ ใครอยู่ ‘เบื้องหลัง’ งานนี้?

แน่นอนว่าในทุกแวดวง ย่อมต้องมีคู่แข่งทางธุรกิจที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะ ยิ่งการต่อสู้เข้มข้นเท่าไหร่? วิธีการ และกลยุทธ์ต่างๆ ก็จะยิ่งถูกงัดออกมาใช้มากขึ้นเท่านั้น

เพราะในเกมธุรกิจ ไม่มีที่ยืนสำหรับคนแพ้!!

ก็ต้องมาดูว่าใครที่ได้ผลประโยชน์จากข่าวคราวในเชิงลบของ แอน และ JKN !?!?

‘แอน จักรพงษ์’ โต้!! แค่จับมือ ‘ท็อปนิวส์’ เพื่อผลิตรายการข่าว หวังขยายฐานผู้ชม และผนึกกำลังธุรกิจให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

(11 ก.ย. 66) แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตามที่ปรากฎรายงานข่าวจากสื่อมวลชนบางฉบับว่าบริษัทขายช่อง JKN 18 ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลในประเทศไทย ภายใต้บริษัท เจเคเอ็น เบสท์ ไลฟ์ จำกัด (JKNBL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วนั้น

บริษัทขอเรียนให้ทราบว่าบริษัทได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับบริษัท ท็อปนิวส์ ดิจิทัล มีเดีย จำกัด (Top News) ในการร่วมผลิตรายการประเภทรายการข่าวสารและสาระระหว่าง JKNBL และ Top News เพื่อออกอากาศทางช่อง JKN18 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดผังรายการเพื่อจัดสรรช่วงเวลาการออกอากาศ โดยบริษัทจะได้รับค่าตอบแทนตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน โดยการเข้าทำรายการในครั้งนี้มีความสมเหตุสมผลเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท

ทั้งนี้ JKNBL ยังเป็นผู้ได้รับสิทธิในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เช่นเดิม และไม่ได้ทำการขายสิทธิในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ตามที่ปรากฎในรายงานข่าวแต่อย่างใด

สำหรับการร่วมผลิตรายการในครั้งนี้นั้น จะสามารถเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้กับช่อง JKN18 เนื่องจากบริษัทมีความเชี่ยวชาญทางด้านรายการบันทิง และรายการข่าวด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน ในขณะที่ Top News มีความเชี่ยวชาญในกลุ่มรายการข่าวสารและสาระในการเสนอข้อเท็จจริงในทุก ๆ ด้าน

การนำความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายมาร่วมกันในครั้งนี้จะช่วยผลักดันความนิยมของผู้ชม รวมถึงขยายฐานผู้ชมช่อง JKN18 ให้มีจำนวนมากขึ้น สามารถเสริมสร้างให้ธุรกิจของบริษัทมีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

'เพจดัง' สะท้อนมุมมองเวที Miss Universe ในยุค 'แอน JKN' ผู้หญิง 'ไม่ควรตกเป็นความบันเทิง-ถูกล้ำเส้นจากผู้ชาย'

(12 ต.ค.66) จากเพจ 'บุญรอด เนล ปีเตอร์ จิระอนันต์' ได้โพสต์ข้อความสะท้อนนิยามเวที Miss Universe ในยุคของที่คุณแอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ เป็นเจ้าของเวทีแห่งนี้ ไว้ว่า...

คุณแอนบอกว่า MU ในยุคของเธอ จะขยายขอบเขตให้ผู้หญิงทุกๆ คน จะไม่ตกเป็นความบันเทิง หรือ ถูกล้ำเส้นจากผู้ชาย คณะกรรมการ ผู้บริหาร และ เจ้าหน้าที่ทุกคนจะมีแต่ผู้หญิงที่ทรงพลัง การประกวดรอบชุดว่ายน้ำยังมีอยู่ แต่จะไม่โฟกัสไปที่เรือนร่าง นางงามสามารถเลือกชุดและผ้าคลุมที่เน้นสื่อสารถึงเรื่องราวของตัวเองได้ และ "จะไม่มีการคัดออก ในรอบชุดว่ายน้ำ"

ฟังดูเหมือน ฟอร์แมตเดียวกับปีที่แล้ว ที่ไม่ได้คัดตัวจากรอบชุดว่ายน้ำ ส่วนตัวชอบค่ะ นี่แหละคือการมีจุดยืน ให้เกียรติผู้หญิง และมีมาเพื่อ Empower ผู้หญิงจริงๆ 

แต่ก็จะมีคนด่าแน่นอน เพราะอยากดูแบบยุคเก่า เน้นสนุกๆ ฟาดๆ จบ ไม่เน้นแก่นอะไรมาก

‘JKN’ ยื่นคำร้องขอ ‘ฟื้นฟูกิจการ’ ต่อศาลล้มละลายกลาง แก้ปัญหาสภาพคล่อง-สร้างผลกําไรให้มั่นคงยิ่งขึ้นในอนาคต

(9 พ.ย.66) นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ แอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ JKN รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้บริษัทในฐานะลูกหนี้ ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และเสนอผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ต่อศาลล้มละลายกลางภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 โดยในวันที 8 พฤศจิกายน 2566 บริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทแล้ว ระบุรายละเอียดในเอกสารเอาไว้ดังนี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 เรื่อง การยื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางของ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) เรียน กรรมการและผู้จัดการ

บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2566 เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ได้มีมติอนุมัติให้ บริษัทในฐานะลูกหนี้ยื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการ และเสนอ ผู้จัดทําแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 (รวมที่แก้ไขเพิ่มเติม) โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 บริษัทได้ยื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทเรียบร้อยแล้ว

ในการนี้ บริษัทขอเรียนชี้แจงสรุปสาระสําคัญของคําร้องฟื้นฟูกิจการ ดังนี้

1. บริษัทในฐานะลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
2. บริษัทเสนอ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ทําแผน
3. แนวทางของแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้น ดังนี้

3.1 การปรับโครงสร้างกิจการ และโครงสร้างทางการเงินให้สอดคล้องกับสมมติฐานทางการเงิน และสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ตลอดจนแก้ไขปัญหาของกิจการในส่วนของเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท รวมถึงการปรับโครงสร้างภายในองค์กร

3.2 การขยายระยะเวลาการชําระหนี้ การผ่อนผันในเรื่องอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้บริษัทสามารถ สร้างรายรับจากการประกอบกิจการและนํามาจัดสรรชําระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้อย่างครบถ้วนและบริษัทยังคงดําเนินกิจการต่อไปได้

3.3 การได้รับเงินสนับสนุนทางด้านการเงินจากแหล่งเงินทุน โดยได้รับจากผู้ลงทุนรายใหม่ หรือ สถาบันการเงินเพื่อเป็นการหมุนเวียนในกิจการของบริษัท

3.4 การจัดหาแนวทางการดําเนินการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือก่อให้เกิดรายได้ เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวมาชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย
3.5 การจัดเตรียมแผนงาน และกลยุทธ์ในการบริหารสภาพคล่องของบริษัท และการปรับปรุง ระบบ โครงสร้างภายในองค์กร และการพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ

การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทจะช่วยให้บริษัทแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของบริษัทได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยมีกฎหมายรองรับ และให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม อีกทั้งบริษัทยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อการแก้ไขปัญหาของบริษัท และเพื่อสร้างผลกําไร จากการดําเนินกิจการต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง

บริษัทจะแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับความคืบหน้าใด ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการฟื้นฟูกิจการของบริษัทต่อไป จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจรายงานสารสนเทศ

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา แอน จักรพงษ์ ได้ทำการขายหุ้น JKN จำนวน 116 ล้านบาท โดยแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ว่า บริษัทมีรายการขายหุ้นและรับโอนหุ้นหลายรายการ ทั้งนี้รายการขายหุ้นนั้นมาจากบัญชี มาร์จิ้น ถูกฟอร์ซเซลล์หรือบังคับขาย เนื่องจากราคาหุ้นตกแรงกว่า 50% ในช่วงเวลาดังกล่าว จึงอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ JKN ต้องทำเอกสารยื่นร้องขอฟื้นฟูกิจการนั่นเอง

JKN ประกาศขู่เจ้าหนี้ หากคิดล้มแผนฟื้นฟู บริษัทต้องปิดกิจการ หุ้นเน่า เสียหายกันทั่วหน้า

(29 พ.ย.66) จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า บริษัทได้พยายามหาเงินมาชำระคืนหุ้นกู้ โดยเข้าเจรจากับนักลงทุน 3 กลุ่มเพื่อเพิ่มทุน ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน รวมถึงขายสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนและหาแนวทางการทำธุรกิจต่างๆ โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีการเจรจากับนักลงทุนต่างๆ ตลอดทั้งเดือน แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่จะหาเงินทุนมาชำระหุ้นกู้ได้ บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องยุติการเจรจาในวันที่ 30 ตุลาคม 2566

งบการเงินบริษัทมีทรัพย์สิน 67% เป็นทรัพย์สินไม่มีตัวตน ไม่สามารถแปลงมาเป็นเงินสดเพื่อชำระหนี้ได้ทันเวลา และในการเจรจากับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้และผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ทาง KPMG ได้ร่วมกับบริษัทจัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปในการชำระคืนหนี้

ในการประชุมเห็นตรงกันว่า ผู้ถือหุ้นกู้มีแนวโน้ม ไม่ยอมรับการชำระคืนหนี้ยาวนานถึง 8 ปี ต้องการรับเงินคืนภายใน 3 ปี บริษัทเห็นว่าจะไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้ บริษัทจึงตัดสินใจยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางตามแผนที่ได้รับจากที่ปรึกษาทางการเงิน โดยไม่ได้แจ้งที่ปรึกษาทางการเงินก่อนที่จะยื่นคำร้องในวันที่ 8 พฤศจิกายน  และบริษัทได้เข้าสู่สภาวะการพักชำระหนี้ทั้งหมด (Automatic Stay) ไปจนกว่าศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

จักรพงษ์ กล่าวว่า การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด และเป็นวิธีการแก้ปัญหาเพียงช่องทางเดียวที่บริษัทมีในเวลานั้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และบริษัทได้ประเมินปัญหาและอุปสรรคที่อาจทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้มีดังนี้...

ต้องได้ความร่วมมือจากเจ้าหนี้ เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับการชำระหนี้ร่วมกัน เพิ่มความสามารถในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนธุรกิจจากธุรกิจ Content ไปเป็นธุรกิจใหม่ที่บริษัทได้เตรียมไว้ และ การหาพันธมิตร นักลงทุน ตลอดจนการจัดหาแหล่งเงินทุน สภาพเศรษฐกิจโดยเฉพาะภายในประเทศ

>> กรณีเลวร้ายที่สุด หากบริษัทไม่ได้รับอนุมัติให้เข้าแผนฟื้นฟูกิจการจะเกิดปัญหาตามมาดังนี้...

- ปริมาณหุ้นกู้ทั้งหมด หากเจ้าหนี้ทุกรายเรียกร้องบริษัทให้ชำระหนี้คืน บริษัทจะไม่มีเงินสดเพียงพอในการดำเนินธุรกิจแน่นอนซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคู่ค้าและบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
- บริษัทอาจจะต้องปิดกิจการหรือถูกฟ้องร้อง จนไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อไป และล้มละลายอันจะทำให้ทุกฝ่ายเสียหายอย่างมาก
- หุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่มีมูลค่า ทำให้นักลงทุนและผู้ถือหุ้นได้รับผลกระทบรวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
- หากบริษัทต้องปิดดำเนินกิจการหรือไม่สามารถดำเนินการต่อได้ จะส่งผลกระทบต่อพนักงานของบริษัททุกคน 

จักรพงษ์ บอกอีกด้วยว่า บริษัทยืนยันว่ามีเจตนาที่ดีในการชําระหนี้สินให้แก่เจ้าหนี้ทุกฝ่าย โดยการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทจะช่วยให้บริษัทแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกฎหมายรองรับและให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม อีกทั้ง บริษัทฯ ยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อการแก้ไขปัญหาของบริษัทฯ และเพื่อสร้างผลกําไรจากการดําเนินกิจการต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง

สำหรับ บริษัท JKN ได้ออกหุ้นกู้จำนวน 7 ชุด มูลค่ารวม 3,360 ล้านบาท แต่สภาพคล่องไม่เป็นไปตามแผน ทำให้หุ้นกู้รุ่น JKN239A ผิดนัดชำระหนี้ และถือเป็นเหตุให้เกิดการผิดสัญญาหุ้นกู้รุ่นอื่นๆ ทั้ง 6 รุ่น นอกจากนี้ยังเป็นเหตุให้เกิดการผิดสัญญาหุ้นกู้แปลงสภาพและหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินด้วย  บริษัทได้แต่งตั้ง บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด (KPMG) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน KPMG

‘แอน จักรพงษ์’ ประกาศฟ้องกลับผู้แอบอ้าง ‘การเป็นเจ้าของโครงการเหรียญจักรวาล’

(9 ธ.ค.66) แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ และผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป หรือ JKN โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประกาศฟ้องกลับผู้แอบอ้าง ‘การเป็นเจ้าของโครงการเหรียญจักรวาล’ ด้วยมูลค่า 1.5 พันล้านบาท โดยระบุว่า…

“It’s time to clean up!! คนดีคนชั่วในสังคมมันเยอะนัก…กว่าประชาชนจะตระหนักว่าใครเป็นใคร ใครคือตัวปัญหา…ตัวเราต้องใช้ความอดทนทั้งพลังและปัญญา...ใช้เวลาใช้ความจริงสู้กับมนุษย์จอมปลอม!!

เจเคเอ็นประกาศฟ้องกลับผู้แอบอ้าง ‘การเป็นเจ้าของโครงการเหรียญจักรวาล’ ถ้าใช้หลักการเปรียบเปรย…ดิฉันไม่เคยเห็นโจรที่ไหนมาปล้นเจ้าของบ้าน พอปล้นไม่สำเร็จก็มาฟ้องเจ้าของบ้านกลับ?! แต่ลืมนึกไปว่าเจ้าของบ้านคนนี้ คือผู้หญิงข้ามเพศที่สู้ฟัดกัดไม่ปล่อยและไม่ยอมใคร…ถ้าคุณมาเอาเปรียบดิฉันและสมาชิกทุกคนที่อยู่ในอาณาจักรของเจเคเอ็นค่ะ ***Thx to Thai Sashes News ***”


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top