Thursday, 29 February 2024
Covid19

กฎใหม่ ‘อังกฤษ’ รับรองผู้ฉีดวัคซีนจากประเทศใหญ่ พร้อมข้ามกักตัว 10 วัน ทั่วโลกบ่น 'ไร้เหตุผล'

กฎการเดินทางใหม่ของอังกฤษที่รับรองเฉพาะการฉีดวัคซีนจากสหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เกาหลีใต้ และอียู สร้างความไม่พอใจไปทั่วโลก โดยกฎการเดินทางในยุค Covid-19 ฉบับใหม่ของอังกฤษ เลือกที่จะปฏิเสธการรับรองวัคซีนที่ฉีดจากประเทศแถบละตินอเมริกา, แอฟริกา, เอเชียใต้ และอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งสร้างความไม่พอใจเป็นวงกว้าง โดยหลายคนมองว่าเป็นนโยบายที่เลือกปฏิบัติและไร้เหตุผล

ภายใต้กฎการเดินทางใหม่ที่ทางการอังกฤษประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer-BioNTech, Moderna หรือ Johnson&Johnson ในประเทศสหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เกาหลีใต้ หรือประเทศในสหภาพยุโรป (EU) เท่านั้นที่จะถือว่า ‘ได้รับวัคซีนครบแล้ว’ และได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักตัวเป็นเวลา 10 เมื่อเดินทางเข้าอังกฤษจากประเทศที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง

ขณะที่ผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้วจากประเทศในแถบแอฟริกา, ละตินอเมริกา, เอเชียใต้ หรือประเทศอื่นๆ รวมทั้งอินเดีย จะถือว่า ‘ได้รับวัคซีนยังไม่ครบ’ และต้องกักตัว 10 วันเมื่อเดินทางจากประเทศในกลุ่มสีเหลืองมาถึงอังกฤษ

นอกจากนี้ ในยุโรปยังเกิดความไม่พอใจที่อังกฤษไม่ยอมรับว่าผู้ที่เคยป่วย Covid-19 และได้รับวัคซีนแล้ว 1 โดส เป็นผู้ที่ ‘ได้รับวัคซีนครบแล้ว’ และยังต้องกักตัว 10 วัน ขณะที่หลายประเทศในสหภาพยุโรปถือว่าคนกลุ่มนี้ได้รับวัคซีนครบแล้วและสามารถเดินทางท่องเที่ยวในสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อจำกัดเพียงแค่ต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ ทางการอังกฤษกำหนดให้ผู้ที่หายป่วยจาก Covid-19 และมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติแล้ว ยังต้องฉีดวัคซีนที่ต้องใช้ 2 โดส อาทิ Pfizer-BioNTech หรือ Moderna ให้ครบทั้งสองโดสก่อนด้วย 

ตายมากกว่าตอนรบ!! โควิดทำยอดตาย ‘มะกัน’ ทะลุ 7 แสนราย สูญเสียรวม ‘หนักกว่า’ ยอดตายในสงคราม

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมจาก Covid-19 ในสหรัฐ ณ วันนี้ยังพุ่งไม่หยุด และกำลังจะทะลุ 7 แสนรายในเดือนตุลาคม 2021 นี้ กว่าครึ่งหนึ่งเสียชีวิตในช่วงเวลาเพียง 9 เดือนนับตั้งแต่พบการระบาดของสายพันธุ์เดลตาในสหรัฐอเมริกา

ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากสาเหตุของ Covid-19 ในวันนี้มากกว่า ผู้เสียชีวิตจากทุกสงครามของสหรัฐฯ นับตั้งแต่สงครามปฏิวัติอเมริกาไล่มาจนถึงล่าสุดสงครามอัฟกานิสถานรวมกัน 

ทั้งนี้ สงครามที่มีชาวอเมริกันเสียชีวิตมากที่สุดคือ สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีการบันทึกไว้ที่ 281,557 ราย 

ส่วนเคสผู้ติดเชื้อรายวันในสหรัฐฯ เพิ่มกลับมาเฉลี่ยเกิน 120,000 รายต่อวันอีกครั้ง และมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 2,000 รายต่อวัน 

รัฐบาลกลางสหรัฐฯ พยายามที่จะผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 ให้กับชาวอเมริกันทุกคนที่รับวัคซีนมาแล้วเกิน 6 เดือน เพียงแต่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ ยังไม่เห็นชอบ และแนะนำให้ฉีดบูสเตอร์ให้เฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังเท่านั้น 

เนื่องจากปัญหาการระบาดที่สกัดไม่อยู่เสียทีในสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนวัคซีน หรือฉีดแล้วภูมิคุ้มกันลดลง แต่เกิดจากกลุ่มคนที่ไม่ยอมไปฉีดวัคซีนอีกกว่าร้อยล้านคนทั่วประเทศ และความไม่ใส่ใจในความเสี่ยงจากการระบาดของ Covid-19  ของชาวอเมริกันเอง

คนไทยฉีด AZ, ไฟเซอร์, โมเดอร์น่า, J&J เข้าประเทศอังกฤษได้แล้ว 11 ต.ค.นี้

เฟซบุ๊กเพจ ‘Amthaipaper (หนังสือพิมพ์ไทยในอังกฤษ)’ ได้เปิดเผยข่าวดีของคนไทยที่จะไปยังประเทศอังกฤษ ว่า... 

ขอแสดงความยินดีกับ #Thailand แดนสยาม ที่กำลังจะได้ออกจากบัญชีแดงของอังกฤษ ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้
โดยอังกฤษจะยอมรับการฉีดวัคซีน AZ, ไฟเซอร์, โมเดอร์น่า, จอห์นสัน & จอห์นสัน (J&J) จากประเทศไทย 

หมายความว่า อังกฤษจะยอมรับการฉีดวัคซีนจากประเทศไทย พร้อมกับให้ ประเทศไทย ออกจาก List แดงตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคมนี้ โดยผู้เดินทางมาจากประเทศไทย ที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็ม จะสามารถเข้าสหราชอาณาจักรได้ แบบไม่ต้องกักตัว 

#ขอแสดงความยินดี
#วีซ่านักท่องเที่ยว
#ก็มาได้แล้ว

*** ทั้งนี้ วัคซีนที่ยอมรับมีเพียง AZ, ไฟเซอร์, โมเดอร์น่า, จอห์นสัน & จอห์นสัน (J&J) ครบสองเข็มเท่านั้น (ฉีดสลับกันได้ภายในวัคซีนที่ระบุนี้) ต้องฉีดครบ 2 เข็มตาม List ก่อน 14 วันที่จะเดินทาง

>> หากฉีดวัคซีนอื่น หรือฉีดเพียง 1 เข็ม จาก List ที่อังกฤษยอมรับ จะถือว่ายังไม่ได้ฉีด!!

และผู้ที่ฉีดไม่ครบ ต้องทำตามกฎสีอำพันเดิม คือ กักตัวที่บ้าน 10 วัน (Day2 & Day8 COVID Tests) หรือ กักตัวแบบเร่งรัดที่บ้าน 5 วัน (Test to release)

>> ก่อนเดินทางต้อง:
▶️ตรวจโควิดก่อนขึ้นเครื่องบิน 72 ชม.
▶️กรอกใบ Passenger locator
???????? https://www.gov.uk/provide-journey-contact-details-before-travel-uk
▶️จองที่ตรวจโควิดตามรายชื่อบริษัทที่รัฐบาลอังกฤษกำหนด
????????https://www.gov.uk/find-travel-test-provider
รายละเอียดเพิ่มเติม ตามที่แอมไทยเคยโพสต์ข้อปฏิบัติก่อนเดินทางมายังสหราชอาณาจักร จากลิสต์สีอำพัน????ตามลิงก์ ????????
https://www.facebook.com/178210772217942/posts/4391072974265013/?d=n

หมายเหตุ เมื่อเดินทางมาถึงประเทศอังกฤษ ผู้ที่ฉีดสองเข็มครบ ตามลิสต์วัคซีนที่อังกฤษยอมรับ จะไม่ต้องกักตัวตามกฎบัญชีเขียว???? (Green List) (อังกฤษยกเลิกบัญชีสีอำพัน Amber list)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสาย "ฟื้นฟูหลังน้ำลด" มอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในพื้นที่รวม 5 จังหวัด

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้ฝ่ายสังคมสงเคราะห์  นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคในโครงการ "ฟื้นฟูหลังน้ำลด"  ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง  น้ำปลา และน้ำมันพืช แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์  นครราชสีมา ลพบุรี สุโขทัย  และ ชัยภูมิ รวม 5 จังหวัด  4,000 ชุด  พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท รวม 10 ราย รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 1,600,000 บาท (หนึ่งล้านหกแสนบาทถ้วน) โดยมีสมาคม / มูลนิธิแต่ละจังหวัดเป็นผู้ประสานงานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ร่วมในพิธี



โดยวันที่ 12 ตุลาคม 2564)มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ มูลนิธิ นำทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอจตุรัส จังหวัดขัยภูมิ จำนวน 1,000 ชุด ๆ ละ 350 บาท รวมมูลค่า 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยมี มูลนิธิชัยภูมิสามัคคีสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ร่วมในพิธี

เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว  นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา และน้ำมันพืช พร้อมมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ 
 

‘สธ.’ เผย!! โควิดยืน 1 ทำหญิงตั้งครรภ์ดับหลายประเทศ ด้านไทยน่าห่วง หลังหญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนแค่ 25%

ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพและโฆษกกรมอนามัย แถลงข่าวการติดเชื้อโรคโควิด-19 ในหญิงตั้งครรภ์ในประเทศไทย ว่า กลุ่มหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเราพบว่าทั่วโลกหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเพิ่มขึ้นประมาณ 50-60% จากภาวะปกติ และการเสียชีวิตส่วนหนึ่งเกิดจากโควิด 

โดยหลายประเทศโควิดเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของหญิงตั้งครรภ์ในประเทศแทบยุโรป และสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยมีการเก็บข้อมูลย้อนหลัง 1 ปีตั้งแต่ ต.ค. 2563 - ก.ย. 2564 ในช่วงที่มีการระบาดของโควิดในช่วงการระบาดครั้งที่ 2 และ 3 พบว่ามีหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตทั้งหมด 192 ราย เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 78 ราย ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นสัดส่วนการตายอันดับหนึ่งในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึง 38% ของหญิงตั้งครรภ์

นพ.เอกชัย กล่าวว่า การติดเชื้อ และการเสียชีวิตบ่อยขึ้นของหญิงตั้งครรภ์ เกิดขึ้นเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา เม.ย. - ก.ย. เราพบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 4,778 ราย มีทารกติดเชื้อ 226 ราย และในจำนวนนี้มารดาเสียชีวิต 95 ราย และทารกเสียชีวิต 46 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ติดเชื้อมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตามนโยบายการฉีดวัคซีนในสตรีมีครรภ์เพิ่งเกิดขึ้นในไทยเมื่อเดือนก.ค. และเริ่มรณรงค์อย่างหนักในเดือนส.ค. พบว่าหญิงตั้งครรภ์ ฉีดวัคซีนเข็มแรกเพียง 74,625 คน เข็มสอง 51,989 คน เข็มสาม 526 คน

นพ.เอกชัย กล่าวอีกว่า ช่วงเดือนธ.ค.นี้ จะมีหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ประมาณ 3 แสนคน ซึ่งขณะนี้ฉีดได้เพียง 25% โดยภาคตะวันออกฉีดได้สูง 40% แต่ภาพรวมยังน้อย โดยเฉพาะภาคอีสานฉีดได้เพียง 10-20%

จีนพบเชื้อระบาดอีกระลอก หลังคุมได้ก่อนหน้า คาดอาจลามใหญ่ในอีกไม่กี่วัน

จากการรายงานของ Bloomberg มีคำเตือนจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนว่า การแพร่ระบาดจะยังคงเลวร้ายลงต่อไป และการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของจีนจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดอาจยังคงขยายตัวต่อไป

อู๋เหลียงโหย่ว เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวในการบรรยายสรุปในกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ การระบาดของโควิด-19 ในจีนในปัจจุบัน เกิดจากสายพันธุ์เดลตาจากต่างประเทศ

หมี่เฟิง โฆษกคณะกรรมาธิการกล่าวว่าคลื่นของการติดเชื้อแพร่กระจายไปยัง 11 มณฑลตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีประวัติการเดินทางข้ามภูมิภาค และเขาเรียกร้องให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ใช้ ‘โหมดฉุกเฉิน’

‘หมอยง’ ชี้!! โควิดคงไม่หมดไป ผู้คนต้องปรับตัวให้ได้แบบ Next Normal

‘หมอยง’ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุถึง การใช้ชีวิตของผู้คนต่อจากนี้บนวิถีชีวิตปกติแบบ Next Normal ว่า...

โควิด-19 กับวิถีชีวิตปกติต่อไป (Next Normal)

เกือบ 2 ปีที่มีการระบาดของโควิด-19 ไปทั่วโลกและเราคุ้นเคยกับคำว่าวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) จากนี้ต่อไป เชื้อโควิดคงไม่ได้หมดไป เราจะต้องอยู่กับไวรัสโควิด เราจะอยู่กับวิถีชีวิตปกติต่อไป ข้างหน้า (Next Normal) หลังโควิด 

การดำรงชีวิตปกติต่อไปหรือที่เรียกว่า Next Normal ทุกคน จะต้องปรับตัว เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือ การกำหนดระยะห่าง การใส่หน้ากากอนามัย ยังคงต้องอยู่อีกระยะหนึ่ง

การใช้อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จะลดการสัมผัสลง 

การใช้เงินผ่านระบบ e-Money ที่เงินลอยไปลอยมาโดยไม่ต้องจับธนบัตร 

เทคโนโลยีต่าง ๆ จะเปิดปิดไฟด้วยเสียง สั่งผ่าน Smartphone 

ประตูมีเซ็นเซอร์ การใช้ลิฟต์ก็คงไม่ต้องแตะกดปุ่ม ที่ปุ่มจะมีเซ็นเซอร์เพียงเอานิ้วมือไปใกล้ก็เพียงพอไม่ต้องสัมผัส 

'อภัยภูเบศร' เจ๋ง!! ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี หนุนหน่วยผู้ป่วยแยกโรค รองรับผู้ป่วยโควิด

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปรับกลยุทธ์รับมือโควิด กับ โครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในหน่วยผู้ป่วยแยกโรคเพื่อรองรับผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยโรคติดเชื้อ (SMART ISOLATION UNIT) ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พัฒนาการให้บริการรองรับผู้ป่วยในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในหน่วยผู้ป่วยแยกโรคเพื่อรองรับผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยโรคติดเชื้อ (SMART ISOLATION UNIT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโควิด ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ และบุคลากรการแพทย์สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย

โครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในหน่วยผู้ป่วยแยกโรคเพื่อรองรับผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยโรคติดเชื้อ (SMART ISOLATION UNIT) ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัด ระดับ A ขนาด 500 เตียง ดูแลรับผิดชอบประชากรกว่า 80,000 คน/ปี และเป็นศูนย์รับต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในเครือข่ายกว่า 7 แห่ง มีผู้ป่วยนอก (OPD) เฉลี่ยกว่า 1,000 รายต่อวัน และในสถานการณ์โควิดที่มียอดผู้ป่วยติดเชื้อในจังหวัดปราจีนบุรีที่เพิ่มมากขึ้น โรงพยาบาลจึงต้องเร่งพัฒนาและปฏิรูปการให้บริการและรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพและสามารถรองรับสถานการณ์แพร่ระบาดระลอกใหม่ได้อย่างทันท่วงที 

จากงบประมาณสนับสนุนของกองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โรงพยาบาลได้นำมาพัฒนาปรับปรุงหน่วยผู้ป่วยแยกโรคเพื่อรองรับผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยโรคติดเชื้อ (SMART ISOLATION UNIT) โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในการพัฒนาระบบ Smart Isolation Unit ขนาด 30 เตียง ที่จะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 9,000 คน/ปี ที่ประกอบไปด้วย 4 ระบบย่อย คือ…

‘อังกฤษ’ เจ้าแรก ไฟเขียว!! ‘โมลนูพิราเวียร์’ สู้โควิด หลังพบใช้เร็ว ลดเข้า ‘โรงหมอ-เสียชีวิต’

สหราชอาณาจักร อนุมัติ!! ‘ยาโมลนูพิราเวียร์’ เชื่อ!! ตัวเปลี่ยนเกมต่อสู้โควิด-19

สหราชอาณาจักรกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่อนุมัติ ‘ยาโมลนูพิราเวียร์’ (Molnupiravir) ยาเม็ดรักษาโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัท Merck ร่วมกับ Ridgeback Biootherapeutics หลังพบว่าช่วยลดอัตราการเข้าโรงพยาบาลและการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมาก ทำให้ยาดังกล่าวถูกมองว่าเป็นตัวเปลี่ยนเกมในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของสหราชอาณาจักรต่อจากนี้

ทั้งนี้ สำนักงานควบคุมยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของสหราชอาณาจักร (MHRA) แนะนำให้ใช้ยาดังกล่าวกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยเร็วที่สุดหลังตรวจพบเชื้อ หรือภายในเวลา 5 วัน หลังจากที่เริ่มมีอาการป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่น ๆ อาทิ เบาหวาน, โรคอ้วน และโรคหัวใจ เป็นต้น

ศาสตราจารย์สตีเฟน พาววิส (Stephen Powis) ผู้อำนวยการด้านการแพทย์แห่งชาติของสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ในอังกฤษกล่าวว่าเบื้องต้นยาดังกล่าวจะถูกแจกจ่ายให้แก่ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน ก่อนที่จะกระจายในวงกว้างหากพบว่าเป็นแนวทางการรักษาที่คุ้มค่า และสามารถลดอัตราการรักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้

โดยรัฐบาลอังกฤษบรรลุข้อตกลงในการสั่งซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ไปแล้วเป็นจำนวน 480,000 ชุด ในขณะที่อังกฤษกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงที่ท้าทายอย่างยิ่งในการรับมือกับการแพร่ระบาด

ด้านสหรัฐฯ ระบุว่าจะมีการประชุมในวันที่ 30 พ.ย. ที่จะถึงนี้เพื่อทบทวนข้อมูลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยา ก่อนที่จะพิจารณาว่าควรอนุมัติยาดังกล่าวหรือไม่ เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ ขณะที่ Merck เตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตยาเม็ดโมลนูพิราเวียร์ให้หลายประเทศทั่วโลก

จีนจ่าย 5 แสนบาท แจ้งเบาะแสคนแพร่โควิด หลังพบลักลอบข้ามมณฑลจนเชื้อแพร่หลายพื้นที่

เมืองเฮ่ยเหอ มณฑลเฮยหลงเจียง ทางตอนเหนือของจีนประกาศให้เงินรางวัล 5 แสนบาท แก่ผู้แจ้งเบาะแสต้นตอโควิดระบาดในพื้นที่ ส่วนรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย ระบุในรายงานว่า ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีโอกาสป่วยหนักหรือเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนถึง 16 เท่า

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในเมืองเฮ่ยเหอ มณฑลเฮยหลงเจียง ทางตอนเหนือของจีนเสนอรางวัลมูลค่า 100,000 หยวน (512,275บาท) ให้กับประชาชนที่ชี้เบาะแสต้นตอการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ หลังจากที่พบการลักลอบเดินทางข้ามมณฑลหรือการทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิดกระจายไปในหลายพื้นที่

ทั้งนี้ เพื่อค้นหาแหล่งที่มาของการแพร่ระบาดและค้นหาเส้นทางของการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด จำเป็นต้องทำสงครามประชาชนเพื่อการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด และกรณีการลักลอบนำเข้า การล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมาย และการทำประมงข้ามชายแดนต้องมีการรายงานโดยทันที ส่วนผู้ที่ซื้อสินค้านำเข้าทางออนไลน์ควรฆ่าเชื้อของทันทีที่ได้รับ และส่งของที่ได้ไปตรวจสอบด้วย

ทางการจีนรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 43 ราย เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน หลังจากที่การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลตาระบาดไปยังพื้นที่ 20 มณฑล ทั่วประเทศ ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อสูงเพิ่มขึ้นเป็น 2 หลัก นานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว แม้หลายประเทศในโลกจะเริ่มยกเลิกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด แต่จีนยังคงใช้มาตรการกดให้จำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์อยู่เช่นเดิม โดยการปิดชายแดน ล็อกดาวน์เป็นจุด ๆ และการกักตัวที่ยาวนาน

กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการตรวจและการรักษาโรคโควิด-19 ไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็นชาวสิงคโปร์ หรือชาวต่างชาติซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรอยู่ในสิงคโปร์ เพื่อบรรเทาความไม่แน่นอนซึ่งเกิดขึ้นจากโรคระบาดใหม่ โดยปัจจุบัน สิงคโปร์ฉีดวัคซีนให้ประชากรแล้ว 85% และ 18% ได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 แล้ว และเป็นที่เข้าใจตรงกันแล้วว่า การฉีดวัคซีนครบแล้วใช่ว่าจะไม่มีโอกาสติดโรค ดังนั้น หากประชาชนกลุ่มนี้ต้องเข้ารับการตรวจและการรักษาตัวจากโรคดังกล่าว ภาครัฐจะยังคงเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายให้

รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย ระบุในรายงานว่า ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มีโอกาสป่วยหนักหรือเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนถึง 16 เท่า


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top